4/03/2012

น้ำตกไนแอการา แคนาดา

                    น้ำตกไนแอการา (อังกฤษ: Niagara Falls ; ฝรั่งเศส: les Chutes du Niagara)
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่งประกอบกัน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแอการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา น้ำตกไนแอการาประกอบด้วยน้ำตกสามแห่งที่แยกออกจากกัน คือ น้ำตกเกือกม้า (Horseshoe Falls บางครั้งก็เรียก น้ำตกแคนาดา) สูง 158 ฟุต, น้ำตกอเมริกาสูง 167 ฟุต, และน้ำตกขนาดเล็กกว่าที่อยู่ติดกัน คือน้ำตก Bridal Veil. แม้น้ำตกไนแอการาจะไม่สูงอย่างโดดเด่น แต่ก็กว้างมาก
ภาพนี้ถ่ายจากฝั่งแคนาดา

                   น้ำตกไนแองการามีจุดชมวิวที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศมานานกว่าศตวรรษ
                    แม่น้ำไนแอการาไหลมาจากทะเลสาบอีรีไหลผ่านน้ำตกไนแอการาลงสู่ทะเลสาบ            ออนตาริโอ เมืองสองฝั่งของน้ำตกในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝด โดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนตาริโอ ส่วนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ มลรัฐนิวยอร์ก

ภาพของ น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเป็นแอ่งนิ่งและสงบอยู่ในแผ่นดินทางสหรัฐอเมริกา แต่ถัดมาที่มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้าขนาดใหญ่กลับเป็นภาพของ กระแสน้ำที่หลั่งทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง กระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่าง และเพราะแรงกระทบที่ตกลงไป ส่งผลให้เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ

เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ละอองเหล่านั้นจะปรากฏเป็นภาพของรุ้งกินน้ำ ประดับบริเวณน้ำตกอยู่ตลอดเวลา ส่วนความมหึมาของ น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ตรงจุดนี้เขาเรียกกันว่า "แคนาเดี่ยนฟอลส์" ส่วนบริเวณชั้นของน้ำตกส่วนล่างลงมา ซึ่งก็เป็นบริเวณที่เป็นชั้นน้ำตก ตกลงไปกระทบพื้นล่าง เป็นระดับแนวยาวขนานกันกับชั้นบนมามีชื่อเรียกว่า "อเมริกัน ฟอลส์" เมืองสองฝั่งของ น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝด โดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนตาริโอ ส่วนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ มลรัฐนิวยอร์ก


                           น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) คือแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลก และเป็นแหล่งที่ทำเงินให้กับแคนาดาและสหรัฐอเมริกาปีหนึ่ง ๆ นับจำนวนมหาศาล เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะร้างห่างลาผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนึ่งฤดูใดก็ตาม
                               ในช่วงเวลาที่ขับรถผ่าน  หาที่จอดรถ อดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพในมุมนี้



                                   มีการถ่ายทำภาพยนต์ เราก็เจอฝรั่งมุง มากมาย ไม่มีไทยมุง


                                     นักท่องเที่ยว จากประเทศไทย หนึ่งเดียวในวันนี้



     เราขับรถออกจากบริเวณน้ำตก  เข้าไปในย่านชุมชน มีร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว มากมาย
มีสถานที่สำหรับเข้าดู เข้าชมการละเล่น การแสดงสำหรับเด็กๆ  ตกแต่งหน้าร้านให้น่าเข้าไปใช้บริการ

     เราตกลงกันว่า หาร้านอาหารจีน เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงกันดีกว่า  ขับรถมาได้สักสิบนาทีก็เจอ ทีแรกนึกว่าเป็นอาหารญี่ปุน
ร้านติดกันเป็นร้านอาหารจีนแบบบุฟเฟ่ห์
ร้านติดกันเป็นร้านอาหารจีนแบบบุฟเฟ่ห์ ดีใจ  ราคาคนละ 11.99 $   ถูกกว่าที่ Ottawa ที่เคยไปกิน ราคาคนละ 20$ แต่ร้านที่เราทานอาหารที่นี่ เป็นร้านเล็กๆ  รสชาดใช้ได้ สำหรับคนไทยผู้หิวโหย
มีอาหารเต็มท้องแล้วเราก็ออกเดินหางกลับ Ottawa
ใช้เวลาขับรถกลับ Ottawa 8 ชั่วโมง ฉันหลับตลอดเส้นทาง น่าสงสารคนขับ เหนื่อยหน่อย ไม่มีคนเปลี่ยน

1/28/2012

ท่องเที่ยวCanada 2012

บินลัดฟ้าถึง Canada2012

ครั้งที่ 4 ที่ฉันจะได้บินไปสู่ฝันที่วาดหวังไว้ตั้งแต่ยังเป็นเด็กนักเรียน
ฝันไว้ทั้งๆ ที่รู้ว่าเป็นไปไม่ได้ แต่ก็ฝัน
แล้วฝันก็เป็นจริง เมื่อฉันมีอายุขึ้นต้นด้วยเลข 5 อยากจะบอกให้คนรุ่นหลัง
วาดหวังเอาไว้ มุ่งมั่นในสิ่งที่ปาราถณา แล้วสักวันหนึ่งเราก็จะได้พบกับฝันที่เป็นจริง

เมษายน 2010 เป็นครั้งแรกทีบินไป Canada
ฉันเดินทางท่องเที่ยวเมืองต่างๆ ในรัฐฟลอริด้า ประเทศอเมริกา ไปโดยสายการบิน Wetjet airline
แล้วก็เช่ารถคันเล็กสีแดงสำหรับท่องเที่ยวในรัฐนี้
อาทิเช่น Daytona Beach Desoto Park เมือง St. Petersburg
Downtown Disney world เมืองOrlando สนามซ้อมแข่งรถCalabogie Motorsport Park

ตุลาคม 2010 เป็นครั้งที่สอง ซึ่งตรงกับฤดูใบไม้ร่วง ตรงกับเทศกาลขอบคุณพระเจ้า
เรามีรถส่วนตัว Motor Home จึงใช้รถเป็นสถานที่พักและพักที่แค้มป์ หลายแค้มป์ สดวกและสนุก
อาทิเช่น
Maccreary's Beach ใน Canada และพักที่ Watkins glen State Park
เมืองในประเทศอเมริกาตอนเหนือและท่องเที่ยวที่เมืองนิวยอร์ค เมืองหลวงของประเทศอเมริกา
เป็นรายการสุดท้าย แต่ประทับใจมากเพราะผู้นำทางท่องเที่ยว พาขึ้นรถไฟใต้ดินผิด
สถานีที่ขึ้นรถไฟใต้ดินกับสถานีที่จะลง เป็นสถานีเดียวกัน
สนุกดี และตื่นเต้นมาก

เมษายน 2011 เป็นครั้งที่สาม ตรงกับฤดูใบไม้ผลิ
ครั้งนี้ เดินทางครั้งนี้ ยาวไกล และใช้รถ Motor Home คันโปรด ไม่ได้พักใน Camp ground
เพราะเดินทางไกลกว่าจะถึง รัฐ Virginia จึงพักในโรงแรมในระหว่างการเดินทาง
เมื่อเหนื่อยและต้องการพักผ่อน
ขากลับผ่านเมืองที่ สวยงามมากมาย เช่น Virginia Beach เมือง White haven
Pennsylvania และ เมืองชายแดนBinghamton New York

ทุกๆครั้งฉันเขียนรีวิวไว้ใน blog ของฉัน ติดตามอ่านนะคะ เก็บไว้ให้ลูกหลานอ่าน
หรืออาจจะอ่านเองเมื่อแก่ตัว แล้วก็คิดถึงวันเวลาที่เคยบินไปในโลกกว้าง

ปีนี้ 2012 ปิดภาคฤดูร้อน ฉันคงไปแน่นอน
สัปดาห์สุดท้ายของเดือนมีนาคม คงจะเริ่มต้นบินไป เส้นทางไหนยังไม่รู้ รออีกหน่อย
รู้สึกตื่นเต้นและ ดีใจที่จะได้ท่องเที่ยวอีกครั้ง และจะเก็บรายละเอียดมาฝากไว้ที่ blog
ของฉัน

ที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือยังรอวีซ่าจากสถานทูตแคนาดา และจะเข้าสัมภาษณ์กับสถานทูต
ของอเมริกา ในสัปดาห์ถัดไป หวังไว้ว่า คงผ่านตลอด ฉันมี positive thinking เสมอ
และขอให้ได้สมใจปรารถณา

หลังจากรอมา 3 วันก็ได้รับ passport ที่มี visa USA. 10 ปี ดีใจที่สุด
ฉันจะไปเที่ยวรอบโลกให้ฉ่ำใจไปเลย ตอนนี้รอ รอ และรอเวลาที่ปิดภาคฤดูร้อน
ระหว่างที่รอ visa ก็ซื้อตั๋วไว้รอ เพราะมีบางช่วงเวลาที่ได้ราคาถูกสุด ถ้าซื้อไม่ถูกช่วงเวลา
ที่มีโปรโมชั่น ต้องจ่ายเพิ่มอีก หลายร้อยเหรียญ ค่าภาษีสนามบิน จองได้แล้ว

วันนี้ได้เส้นทางไป Ottawa เรียบร้อยแล้ว
ไปและกลับด้วย เลือกเอาราคาถูกที่สุด เลือกวัน เวลาที่ซื้อด้วยถึงได้ราคานี้
ไม่ได้ไปทางฮ่องกง หรือญี่ปุ่น แต่เดินทางผ่าน บอมเบย์ ลอนดอนแล้วตรงสู่ Ottawa
จากสุวรรณภูมิถึงบอมเบย์ 4 ชั่วโมง 25 นาที พักรอต่อเครื่องที่ บอมเบย์ 2 ชั่วโมง 5 นาที
จากบอมเบย์ถึงลอนดอน 9 ชั่วโมง 30 นาที พักรอต่อเครื่องที่ลอนดอน 8 ชั่วโมง 30 นาที
จะทำอะไร ดีหนอ ระหว่างที่รอ รอ รอ ตั้ง 8 ชั่วโมง 30 นาที เดินทางคนเดียว ไม่มีเพื่อนคุย
ภาษาก็ไม่เก่ง แค่ Hello yes No Okay good bye เฮ้อ
จากLondon ถึง Ottawa 7 ชั่วโมง 35 นาที รวมทั้งหมด 32 ชั่วโมง 5 นาที

ไปติดต่อที่ขนส่งจังหวัด เพื่อขอใบขับขี่ระหว่างประเทศ ( international driving permit )
จ่ายค่าธรรมเนียม ประมาณ 500 บาท สามารถใช้ได้ 1 ปี เท่านั้น ก็ยังดี เผื่อว่าได้ขับรถ
ไม่จำเป็นก็จะไม่ขับหรอกนะ เพราะทราบว่าไม่เหมือนที่เมืองไทย และไม่รู้เส้นทางจากไหนไปไหน
ชอบที่จะนั่งเป็นคุณนาย แต่ว่าจะไม่มีใครว่างบริการเรานะซิ คนอื่นเขาทำงานมีเพียงอยู่ในช่วง
vacation

อีกสามวัน ก่อนจะเหิรฟ้าแล้ว ได้รับการแจ้งข่าวว่า
ไม่สามารถขนกระเป๋าไปได้หลายใบ ตอนแรกคิดว่าจะเอาไป 2 ใบใหญ่โหลดลงเครื่อง
และกระเป๋าใบเล็ก ถือขึ้นเครื่อง แต่ เพราะ Air Canada แจ้งข่าวในปลายปี 2011 ไว้
ล่าสุดว่า กระเป๋าใบที่สองต้องเสียค่าธรรมเนียม 70$ ทุกๆ เส้นทาง
ฉันตัดใจเอาไปเพียงสิ่งของจำเป็น และแล้ว ฉันก็มาถึง Ottawa ผ่านมาหลายวันแล้ว กำลังปรับตัว ปรับเวลา เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ ชาวบ้านเค้าไม่หนาว แต่ฉัน ตัวสั่นเลย หนาวยะเยือก ถ้ามาเจอหิมะจริงๆ จะเป็นไงหนอ ตื่นเต้น อยากแชร์ ประสบการณ์ค่ะ แบ่งปันสิ่งที่เห็นค่ะ อยู่บนเครื่องและรอต่อเครื่องที่สนามบิน 31 ชั่วโมง จาก สุวรรณภูมิ-Bombai-London- Ottawa เหนื่อยค่ะ แต่ถ้ามีเพื่อนเดินทางคงไม่เหนื่อย คนเดียว ไม่รู้จะคุยกับใคร อยู่บนเครื่อง ก็พูดแค่ Chicken fish, rice water juice ถ้าฉันไม่เข้าใจคำถามก็ชี้ไปที่กล่อง ที่ขวดน้ำ ส่วนอาหารก็บอกว่า you choose for me please ฮิฮิ แอร์เข้าใจ และฉันก็ได้ทานอาหารบนเครื่องเหมือนคนอื่่นเขา วันแรกที่มาถึง มีญาติและสามีสุดที่รักไปรอรับ ตั้ง 5 คน ดีใจมาก คิดว่าจะมีแค่คนเดียวที่มารอ แต่กว่าจะออกมาจาก สนามบินได้ ช้ากว่าคนอื่น เพราะต้องเข้าไปรับการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ ในสนามบิน สองรอบแน่ะ เขาต้องบันทึกข้อมูลส่วนตัวของฉันในคอมพิวเตอร์ ไม่ได้สอบถามเฉยๆ เหมือนคนอื่นๆ อาจจะเป็นเพราะสีผมมั๊ง ไม่ได้ตอบคำถามอะไรมากมาย เพราะฉันเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ยื่นเอกสารทั้งหมด มี ใบซื้อตั๋วไปกลับ พาสปอร์ต สำเนาพาสสปอร์ตของสามี พร้อมโทรศัพท์ และที่อยู่ เขาก็ถามง่ายๆ มาทำไม จะมาอยู่กี่วัน คิดจะมาอยู่ที่นี่ตลอดไปไหม ทำงานอะไรที่เมืองไทย ฉันตอบสั้นๆ ( ภาษาอังกฤษอ่อนแอ ) แต่เขาเข้าใจ รู้เรื่อง เจ้าหน้าที่สุดหล่อจบการสัมภาษณ์ ด้วยคำว่า you are very good and perfect พร้อมทั้งยกนิ้วหัวแม่มือให้ ทั้งสองข้าง welcome to Canada. ฉันรีบขอบคุณ แล้ว เดินตามลูกศร ออกมาข้างนอก wow ดีใจเป็นที่สุด





วันแรกที่มาถึงก็ได้ไป รับประทานอาหารเที่ยงที่ China town มีหิมะโปรยปรายเบาๆ ทำให้ชื้นแฉะ เสียดายไม่ได้เห็นหิมะจริงๆ แต่สามีที่รัก บอกว่าจะพาเข้าไปดูที่ รัฐนิวยอร์ค บางเมืองยังคงมีหิมะให้ดูอยู่ แต่คงเล่นสกีไม่ได้แล้ว หมดฤดูกาลหิมะตกหนัก ได้ถ่ายรูปนิดหน่อย ขณะนั่งรถไปกินเมี่ยงญวน ก๋วยเตี๋ยว และผัดไทย
ยังรู้สึกเหนื่อย ต้องการอาหารที่เคยกินมากๆ หน่อย เลยต้องมาที่นี่ จำชื่อร้านไม่ได้ แต่รสชาด อร่อยมาก แวะซื้อ ตะไคร้ ใบมะกรูด ผักชี หอม มะนาว น้ำปลา อะโห สบายละเรา ตู้เย็นที่บ้านก็ใหญ่มาก วันต่อไปค่อยกินอาหาร Canadian.
อากาศวันถัดมา มีแสงแดด แต่เย็นจัด ออกจากบ้านเพื่อเดินเล่นออกกำลังกาย แต่ต้องมีเสื้อผ้ามากๆ เพื่อความอบอุ่นให้มากที่สุด แว่นกันแดดที่ใส่ ไม่ได้ใส่เพื่อ กันแดด แต่เพื่อกันลมเย็นที่พัดกระโชกเข้าสายตาเป็นระลอก
อากาศที่นี่ ช่วงนี้ 0 C ถึง 15 C เปลี่ยนไป เปลี่ยนมาทุกวัน สำหรับฉันแล้วมันหนาวทุกวันแหละ
แต่อยู่ในบ้านมี ฮีทเตอร์ อุ่นๆ อยู่ได้สบาย และแล้ววันหน่งก็มีหิมะตก โปรยปราย ตั้งแต่ตอน
กลางคืนจนถึงเช้า ชาวบ้านแถวนี้ก็ยังดำเนินชีวิตไปตามปกติ  จิ๊บจ้อย  



ถ้าวันไหนมีแสงแดดบ้าง ฉันก็จะเดินออกกำลังกายไปตามสวนสาธารณะ หรือไม่ก็เดินดูบ้านเมืองไปตามถนนออกกำลังกาย และดูบริเวณใกล้เคียงตามลำพัง  แต่ถึงจะมีแสงแดด แต่ลมที่พัดมาก็แรงและเย็นจัด ใส่เสื้อผ้ากันลมกันหนาว พร้อมสรรพ

บางวันก็ไม่เดินไปไหน ไกลนัก เพราะสู้ลมเย็นไม่ไหว แต่จะอยู่ในบ้านตลอดวัน ก็ไม่ดีหนัก จงออกเดินรอบๆ บ้านตัวเอง ชมดอกไม้ของเพื่อนบ้านใกล้เคียง ดอกทิวลิบกำลังแทงช่อดอกออกมา ยังไม่บานเต็มที่นักรออีกสักเดือน  ต้นเดือนพฤษภาคม คงบานเยอะแล้ว





วันสุดสัปดาห์ยามเย็น ก็จะขับรถเล่น เข้าไปทานอาหารเย็นใน downtown  ย่านศูนย์การค้า  ก็ได้
เก็บภาพสถานที่ เวลาที่ขับรถผ่าน  ไม่หยุดรถ เพราะหาที่จอดรถลำบากมาก  ไม่ว่าง







12/03/2011

บ้านพี่สาว Gail

Gail's house
  

มุ่งหน้าออกเดินทางไปบ้านพี่สาวของคุณเจฟ แวะซื้อกาแฟก่อน เป็นวิถีชีวิตของคนเมืองหนาวที่ต้องมี
แก้วกาแฟอยู่ในรถ เวลาที่เดินทางไปที่ไหนๆ

เด็กๆ เดินข้ามถนน ผ่านหน้ารถ ระหว่างที่ฉันนั่งรอคุณเจฟ เข้าไปซื้อกาแฟ เ็ด็กๆ น่ารักดี
ฉันได้ ชอกโกเลต ร้อนๆ ด้วย เจฟ ได้กาแฟ แล้วเราก็ออกเดินทางต่อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ในชนบทนอกตัวเมือง Ottawa ประชาชนทั่วไปที่เป็นเกษตรกร
เขาจะทำไร่ ปลูกข้าวโพดเป็นหลัก เกษตรกรที่นี่ใช้เทคโนโลยี มากกว่าแรงงานคน
เพราะแรงงานคนหายาก และค่าแรงแพงมาก




ชมทิวทัศน์มาเรื่อยๆ อากาศค่อนข้างดี ไม่หนาวเท่าไร และ ไม่มีลม เราก็เลยเปิดหลังคารถ วิ่งฉิว
จนกระทั่งเห็นป้ายแผ่นใหญ่ ป้ายตรงทางเลี้ยวเข้าถนนเส้นเล็กที่ผ่านบ้านบ้านคุณ Gail


นี่แหละเรา เข้ามาตามถนนเส้นเล็ก ไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านเท่าไร แล้วเราก็จอดรถ
wow ยังกับบ้านในหนังฝรั่ง ดูเงียบสงบและโรแมนติก มากๆเลย





คุณGail บอกว่าถ้าเป็นฤดูหนาว มีหิมะตก จะมีหิมะสูงรอบบ้าน เพียงหัวเข่า ออกไปไหนลำบากมาก
ถ้าจะออกไปทำงานต้องใช้รถกวาดหิมะคันเล็ก กวาดหิมะออกไปก่อนจึงจะไปทำงานได้
ประชาชนส่วนมากจะมีบ้านอยู่ในชนบทและขับรถเข้าไปทำงานใน เมือง Ottawa
ขับรถเข้าไปทำงาน 1 ชั่วโมง และกลับบ้านอีก 1 ชั่วโมง ใช้เวลามากกับการเดินทาง
แต่ก็จะมีความสุขกับครอบครัว คุ้มค่ามาก

Followers