ปิดเทอมภาคฤดูร้อน เดือนเมษายน
หนีความร้อน ที่เข้าไกล้ 40 C ในแดนดินอีสาน บ้านเรา
เหิรฟ้า สู่ทวีปอเมริกาเหนือ อีกครั้ง
พักหลบร้อน บ้านหลังที่สอง ในเมือง Ottawa
จากคำบอกเล่า เดือนนี้ ไม่มีหิมะแล้วนะ หมดฤดูกาล
เป็นเดือนที่เริ่ม ฤดูใบไม้ผลิ
ต้นไม้จะเริ่มผลิใบ
แล้วในเช้าวันหนึ่ง เราก็เห็นหิมะ โปรยปรายลงมา
คงตกตั้งแต่เมื่อคืนนี้ มองผ่านหน้าต่างกระจกออกไป
รอบบ้านขาวโพลน คลุมด้วยหิมะไปทั่ว บริเวณสนามหญ้า
คลุมรถที่จอดอยู่ และถนนหนทาง
ถ้าเป็นฤดูหนาวจริงๆ มีหิมะตกหนัก บริเวณนี้
จะมีหิมะสูง ประมาณ 30 เซนติเมตร
ขับรถออกจากที่จอดไม่ได้ ต้องมากวาดหิมะออก
ถนนหลวงก็จะมีรถกวาดหิมะของเทศบาล มากวาด
หิมะออกเพื่อรถจะได้ไปมาสะดวก
หิมะเช้านี้ จิ๊บจ้อย สำหรับคนที่นี่ เด็กๆ ยังเดินไป
โรงเรียน เพื่อนบ้านยังพาสุนัขออกมาเดินนอกห้อง
แต่คนที่หลบลมร้อน จากแดนไกล ตื่นเต้นที่สุด
คนที่ทำงานก็ไปทำงานเป็นปกติ
เพียงแค่กวาดหิมะออกจากกระจกรถ
ขอเก็บภาพหน้าบ้านไว้หน่อย
Showing posts with label ออตตาวา. Show all posts
Showing posts with label ออตตาวา. Show all posts
4/26/2012
4/17/2012
งานปาร์ตี้ของ Addy ที่ Ottawa
งานปาร์ตี้ของ Addy ที่ Ottawa ญาติ ๆ จัดให้
เพื่อต้อนรับสมาชิกของครอบครัวคนใหม่
ผู้เดินทางมาจากฝากทะเลแดนไกล สุดหล้า สุดขอบฟ้า
ร้อยเอ็ด ประเทศไทย สู่ Ottawa Canada
บ้านพี่สาวที่ตั้งอยู่ใน ฟาร์ม ใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยง
ฉลองการสมรสของ Addy and Jeff และต้อนรับสมาชิกใหม่
เข้าครอบครัว
เค้กบ่าวสาว เจ้าบ่าวหมีสีน้ำตาล เจ้าสาวหมีสีขาว
พี่สาวจาก Kingston ทำเค้กด้วยตนเอง ไม่ได้ซื้อ เธอชอบ
ทำอาหารและทำขนม
เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ คั้นสดๆ จากฝีมือพี่สาวใจดี
เหมาะสำหรับแขกสุภาพสตรี
เบียร์ และ ไวน์ และอื่นๆ สำหรับสุภาพบุรุษ
ช่วงเวลารับมอบของขวัญ และเปิดดู ทันที แล้วก็ขอบคุณ
อุปกรณ์ จัดทำเป็นหมวกปาร์ตี้ มอบแด่ ADDY
จับ แต่งตัวชุดเจ้าสาวกระาษทิชชู ประดับด้วยที่ครอบผมเพชร
และ สร้อยเพชร จากร้าน Dollar shop มันเป็นกิจกรรมเด็กสาวๆ ที่นี่
ที่เขาเล่นกัน ( แต่ตอนนี้ ส่วนมาก มีอายุ 50 up )
เก็บภาพที่ระลึก ระหว่างคุณแม่ และญาติ ๆ
Jeff and Addy ตัด Cake หมี บ่าว - สาว
พี่ชายเป็นพิธีกร เชิญชวนแขกและญาติมิตร ดื่มอวยพร
คุณแม่ พี่ชาย พี่สาว หลานๆ เพื่อนๆ ร่วมดื่่มอวยพร
แสดงความยินดี ให้กับ Jeff and Addy
Addy แสดงวิธีการ รดน้ำดำหัว ญาติๆ เนื่องในวันสงกรานต์
พี่สาวและหลานสาว ผู้เป็นหลักในการจัดปาร์ตี้ เธอบอกว่า
อยากให้รู้ว่า พวกเรารัก Addy ยินดีต้อนรับเข้าสมาชิกของครอบครัว
เพื่อต้อนรับสมาชิกของครอบครัวคนใหม่
ผู้เดินทางมาจากฝากทะเลแดนไกล สุดหล้า สุดขอบฟ้า
ร้อยเอ็ด ประเทศไทย สู่ Ottawa Canada
บ้านพี่สาวที่ตั้งอยู่ใน ฟาร์ม ใช้เป็นสถานที่จัดเลี้ยง
ฉลองการสมรสของ Addy and Jeff และต้อนรับสมาชิกใหม่
เข้าครอบครัว
เค้กบ่าวสาว เจ้าบ่าวหมีสีน้ำตาล เจ้าสาวหมีสีขาว
พี่สาวจาก Kingston ทำเค้กด้วยตนเอง ไม่ได้ซื้อ เธอชอบ
ทำอาหารและทำขนม
เครื่องดื่ม น้ำผลไม้ คั้นสดๆ จากฝีมือพี่สาวใจดี
เหมาะสำหรับแขกสุภาพสตรี
เบียร์ และ ไวน์ และอื่นๆ สำหรับสุภาพบุรุษ
ช่วงเวลารับมอบของขวัญ และเปิดดู ทันที แล้วก็ขอบคุณ
อุปกรณ์ จัดทำเป็นหมวกปาร์ตี้ มอบแด่ ADDY
จับ แต่งตัวชุดเจ้าสาวกระาษทิชชู ประดับด้วยที่ครอบผมเพชร
และ สร้อยเพชร จากร้าน Dollar shop มันเป็นกิจกรรมเด็กสาวๆ ที่นี่
ที่เขาเล่นกัน ( แต่ตอนนี้ ส่วนมาก มีอายุ 50 up )
เก็บภาพที่ระลึก ระหว่างคุณแม่ และญาติ ๆ
Jeff and Addy ตัด Cake หมี บ่าว - สาว
พี่ชายเป็นพิธีกร เชิญชวนแขกและญาติมิตร ดื่มอวยพร
คุณแม่ พี่ชาย พี่สาว หลานๆ เพื่อนๆ ร่วมดื่่มอวยพร
แสดงความยินดี ให้กับ Jeff and Addy
Addy แสดงวิธีการ รดน้ำดำหัว ญาติๆ เนื่องในวันสงกรานต์
พี่สาวและหลานสาว ผู้เป็นหลักในการจัดปาร์ตี้ เธอบอกว่า
อยากให้รู้ว่า พวกเรารัก Addy ยินดีต้อนรับเข้าสมาชิกของครอบครัว
รถ Motor home ใช้พักค้างคืนหลังเลิกงาน ส่วนญาติๆ พักในบ้าน
ภาพสุดท้ายเมื่อเราเดินทางกลับบ้าน ในตัวเมือง Ottawa
12/03/2011
บ้านพี่สาว Gail
Gail's house

มุ่งหน้าออกเดินทางไปบ้านพี่สาวของคุณเจฟ แวะซื้อกาแฟก่อน เป็นวิถีชีวิตของคนเมืองหนาวที่ต้องมี
แก้วกาแฟอยู่ในรถ เวลาที่เดินทางไปที่ไหนๆ

เด็กๆ เดินข้ามถนน ผ่านหน้ารถ ระหว่างที่ฉันนั่งรอคุณเจฟ เข้าไปซื้อกาแฟ เ็ด็กๆ น่ารักดี
ฉันได้ ชอกโกเลต ร้อนๆ ด้วย เจฟ ได้กาแฟ แล้วเราก็ออกเดินทางต่อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ในชนบทนอกตัวเมือง Ottawa ประชาชนทั่วไปที่เป็นเกษตรกร
เขาจะทำไร่ ปลูกข้าวโพดเป็นหลัก เกษตรกรที่นี่ใช้เทคโนโลยี มากกว่าแรงงานคน
เพราะแรงงานคนหายาก และค่าแรงแพงมาก



ชมทิวทัศน์มาเรื่อยๆ อากาศค่อนข้างดี ไม่หนาวเท่าไร และ ไม่มีลม เราก็เลยเปิดหลังคารถ วิ่งฉิว
จนกระทั่งเห็นป้ายแผ่นใหญ่ ป้ายตรงทางเลี้ยวเข้าถนนเส้นเล็กที่ผ่านบ้านบ้านคุณ Gail


นี่แหละเรา เข้ามาตามถนนเส้นเล็ก ไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านเท่าไร แล้วเราก็จอดรถ
wow ยังกับบ้านในหนังฝรั่ง ดูเงียบสงบและโรแมนติก มากๆเลย



คุณGail บอกว่าถ้าเป็นฤดูหนาว มีหิมะตก จะมีหิมะสูงรอบบ้าน เพียงหัวเข่า ออกไปไหนลำบากมาก
ถ้าจะออกไปทำงานต้องใช้รถกวาดหิมะคันเล็ก กวาดหิมะออกไปก่อนจึงจะไปทำงานได้
ประชาชนส่วนมากจะมีบ้านอยู่ในชนบทและขับรถเข้าไปทำงานใน เมือง Ottawa
ขับรถเข้าไปทำงาน 1 ชั่วโมง และกลับบ้านอีก 1 ชั่วโมง ใช้เวลามากกับการเดินทาง
แต่ก็จะมีความสุขกับครอบครัว คุ้มค่ามาก

มุ่งหน้าออกเดินทางไปบ้านพี่สาวของคุณเจฟ แวะซื้อกาแฟก่อน เป็นวิถีชีวิตของคนเมืองหนาวที่ต้องมี
แก้วกาแฟอยู่ในรถ เวลาที่เดินทางไปที่ไหนๆ

เด็กๆ เดินข้ามถนน ผ่านหน้ารถ ระหว่างที่ฉันนั่งรอคุณเจฟ เข้าไปซื้อกาแฟ เ็ด็กๆ น่ารักดี
ฉันได้ ชอกโกเลต ร้อนๆ ด้วย เจฟ ได้กาแฟ แล้วเราก็ออกเดินทางต่อ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง

ผ่านหมู่บ้านต่างๆ ในชนบทนอกตัวเมือง Ottawa ประชาชนทั่วไปที่เป็นเกษตรกร
เขาจะทำไร่ ปลูกข้าวโพดเป็นหลัก เกษตรกรที่นี่ใช้เทคโนโลยี มากกว่าแรงงานคน
เพราะแรงงานคนหายาก และค่าแรงแพงมาก



ชมทิวทัศน์มาเรื่อยๆ อากาศค่อนข้างดี ไม่หนาวเท่าไร และ ไม่มีลม เราก็เลยเปิดหลังคารถ วิ่งฉิว
จนกระทั่งเห็นป้ายแผ่นใหญ่ ป้ายตรงทางเลี้ยวเข้าถนนเส้นเล็กที่ผ่านบ้านบ้านคุณ Gail


นี่แหละเรา เข้ามาตามถนนเส้นเล็ก ไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านเท่าไร แล้วเราก็จอดรถ
wow ยังกับบ้านในหนังฝรั่ง ดูเงียบสงบและโรแมนติก มากๆเลย



คุณGail บอกว่าถ้าเป็นฤดูหนาว มีหิมะตก จะมีหิมะสูงรอบบ้าน เพียงหัวเข่า ออกไปไหนลำบากมาก
ถ้าจะออกไปทำงานต้องใช้รถกวาดหิมะคันเล็ก กวาดหิมะออกไปก่อนจึงจะไปทำงานได้
ประชาชนส่วนมากจะมีบ้านอยู่ในชนบทและขับรถเข้าไปทำงานใน เมือง Ottawa
ขับรถเข้าไปทำงาน 1 ชั่วโมง และกลับบ้านอีก 1 ชั่วโมง ใช้เวลามากกับการเดินทาง
แต่ก็จะมีความสุขกับครอบครัว คุ้มค่ามาก
11/23/2010
บินลัดฟ้าตามหาฝัน 2
มีสมาชิกในครอบครัว มาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ จิรวัฒน์-นราภรณ์ ลูกชายโตมร
ลูกชายวัชชกร แต่ลูกชายปวัฒน์ ติดสอบ มาส่งแม่ไม่ได้
6 ตุลาคม
ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูิมิ 8.55 pm. โดย Jet Airways 67
ถึง Mombai(BOM)เป็นเวลาท้องถิ่น 11.40 pm. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง
15 นาที และพักผ่อนในสนามบิน BOM 2 ชั่วโมง
มาถึงที่นี่ดึกเกินไป ไม่ได้เก็บภาพเลย ตาก็คอยแต่จะหลับตลอดเวลา 2 ชั่วโมง
แป๊บเดียว เพราะเช็คนั่น เช็คนี่ตลอดเวลา อีกทั้ง นั่งรถบัสไปขาออกด้วย
อยู่คนละที่กัน เผลองีบไปนิดหน่อย ก็ถึงเวลาต่อแถว เพื่อขึ้นเครื่องไป LONDON
ออกจาก BUMBAI เวลา 1.45 am. วันที่ 7 ตุลาคม โดย Jet Airways 120
ผู้โดยสารส่วนมากเป็นชาวอินเดีย ชาวตะวันออกกลาง ชาวยุโรปมีนิดหน่อย
คนไทยมีนิดหน่อย แต่ไม่แน่ใจ เพราะไม่มีใครพูดภาษาไทยกับฉัน
แต่มีสาวไทยคนหนึ่ง อายุประมาณ 25ปี หน้าตาสะสวย เดินเข้ามาทักทายฉัน
เธอคงแน่ใจว่าฉันเป็นคนไทยแน่นอน บุคคลิกของฉัน เป็นหญิงไทยใจงามแน่เชียว
เธอบอกว่า เดินทางมาคนเดียวจะต่อ flight บินไปที่ทวีปแอฟริกาใต้
เมืองโจฮันเนสเบริก เป็นครั้งแรกของเธอที่เดินทางคนเดียวคุยกันนิดหน่อย
แล้วเราก็แยกทางกันไปที่ Gate ของแต่ละคน
ตอนที่เดินผ่าน Gate คนอื่นๆ ผ่านตลอด พอถึงฉัน กลับถามตั้งหลายคำถาม
อาศัยหน้าตาซื่อๆก็เลยผ่านขึ้นเครื่องมาได้ แต่ว่า เป็นเที่ยวบินที่ฉันเมาเครื่องบิน
เพราะว่าหลับตลอดเป็นเวลานานไม่ได้กินอะไรเลย ไม่มีใครปลุกกินอาหารที่เสริฟ
ตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาหลับของคนอื่น โอ้อนิจจา ฉันรู้สึกปวดหัว ท้องว่าง และอาเจียน
ดีนะวิ่งเข้าห้องน้ำทันท่วงที ไม่เช่นนั้นน่าดูเลยละ แอร์โฮสเตสคนสวยก็ใจดี ช่วยเหลือ
หายาให้กิน หาน้ำอุ่นๆให้ดื่ม 9ชั่วโมง 30นาที ใน flight นี้ ถึง LONDON(LHR)
เวลา6.45 am. เป็นเวลาในท้องถิ่น รู้สึกดีใจอย่างมากที่ถึงสนามบิน
จะได้พักจริงๆ บนพื้นดิน แม้จะไม่ได้ออกจากสนามบินก็ช่างเถอะ
ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองฮิลลิงดอน ห่างจากตัวเมืองของกรุงลอนดอนประมาณ 24 กิโลเมตร (15 ไมล์) เป็นหนึ่งในสามของท่าอากาศยานที่อยู่ในเขตของกรุงลอนดอนและปริมณฑล อีกสองแห่งก็คือ ท่าอากาศยานลอนดอนซิตี้ และท่าอากาศยานลอนดอนบิ๊กกิงฮิลท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์
ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์มีทางวิ่งขนานกัน 2 ทางวิ่ง ตามแนวทิศตัวออกและทิศตะวันตก และ มีอาคารผู้โดยสาร 4 อาคาร โดยอาคารที่ 5 กำลังก่อสร้าง และยังมีแผนปรับปรุงอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันออกใหม่ รวมทั้งเพิ่มทางวิ่งอีกหนึ่งเส้นทางด้วย
ถึงสนามบิน เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า ล้างตา รู้สึกดีขึ้น หาอาหารรับประทาน มองดูที่ตู้
อาหารเห็นอาหารกล่อง มีข้าวจ้าวด้วยและมีเนื้อไก่หมัก และมีผักวางอยู่ข้างบน
ตัดสินใจหยิบกล่องนี้แหละ แล้วเดินไปหยิบน้ำขวด สิ่งของทั้งหมดวางลง
บนถาด จ่ายเงินใบละ 20$ US.ได้เงินทอนมาส่วนหนึ่ง ไม่รู้เท่าไร หิวมากเลย
ฉันเดินดูสินค้า ที่มีอย่างหลากหลาย แต่ไม่กล้าซื้อ เทียบกับเงินบาทแล้วใจหาย
มากโขอยู่ ก็เลยขอชมเฉยๆ ก็ไม่มีใครว่านะเดินกลับไปกลับมาจนเหนื่อย นั่งพัก
และงีบหลับพักใหญ่ๆ ทำเช่นนี้ 2 - 3 รอบ และแล้วก็ครบ 6 ชั่วโมงที่รอคอย
ถึงเวลาต้องเดินไป Gate นั่งรอหน้า Gate มีชาวยุโรป เป็นส่วนมาก คงเดินทาง
ไปเยี่ยมญาติ เพราะเป็นช่วงเวลาวันขอบคุณพระเจ้า Thankgiving day
เจฟ บอกว่า จะมีญาติเดินทางใน flight เดียวกันกับฉัน หวังว่าญาติคนนั้น
คงสังเกตุเห็นหญิงไทย คนนี้
ฉันออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ เมื่อเวลา 1 pm.โดย
แอร์แคนาดา ใช้เวลา 7 ชั่วโมง 35 นาที ถึงสนามบินออตตาวา เวลา 3.35 pm.
เวลาในท้องถิ่น ใน flight นี้ รู้สึกว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงดี ดูหนัง 2 เรื่อง
แล้วเผลองีบหลับไป เฮ้อ สิ้นสุดการเดินทางเสียที ฉันถูกแยกให้ไปสัมภาษณ์พิเศษ
ให้ไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อประทับตราเข้าเมืองในฐานะนักท่องเที่ยว
ถามหลายประโยค แต่ฉันเข้าใจและตอบได้ คุยได้นิดหน่อย รู้สึกดีใจ
อีกทั้งคนสัมภาษณ์ ก็เป็นเจ้าหน้าที่ทหารผู้หญิงที่ใจดี
ผ่านด่านออกมารับกระเป๋าเดินทาง ยกขึ้นรถเข็น
ค่อยๆ เดินออกมามองหาคนที่มารอรับ นั่นไง คนนั้น
รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
วันแรกในออตตาวา ฉันพักในโรงแรมใกล้สนามบิน ชื่อ day's Inn.
ไม่มีพนักงานบริการ เหมือนในเมืองไทย ลูกค้าต้องช่วยเหลือตนเอง
หิ้วกระเป๋าใส่รถเข็น แล้วเดินไปหาห้องที่มีกุญแจอยู่ในมือ

อาหารมื้อแรก ใน ออตตาวา คือ ผัดไทย และ ซุบ อุณหภูมิคืนนี้ 8 องศาเซนเซียส
ฉันอยู่ในห้อง อบอุ่น มีฮีทเทอร์ เปิด ปรับอุณหภูมิ 20 องศาเซนเซียส
แล้วก็หลับสนิท อย่างมีความสุข
6/19/2010
JEFF'S LOG HOUSE IN THE COUNTRY (บ้านท่อนซุงในฟาร์ม)
เพื่อนของฉันที่ Ottawa ได้ส่งรูปบ้านที่ทำด้วยท่อนซุงไปให้ฉันดู
บอกว่าถึงจะมีหิมะตกแต่ข้างในบ้านก็อบอุ่น
ท่อนซุงใหญ่สามารถกั้นลมหนาว กำบังฝนและหิมะได้อย่างดี

เป็นภาพใน ช่วงหิมะตกของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง


แล้ววันนี้ในเดือนเมษายน ฉันก็ได้มาเห็นสภาพจริง
และนี่เป็นเส้นทางเข้าสู่บ้านท่อนซุงในฟาร์ม


บ้านกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงใหม่ เพราะสร้างมาได้ 15 ปี
ทำห้องครัวแบบทันสมัย และมีห้องน้ำข้างบนที่ดีเยี่ยม

ปกติเพื่อนที่เป็นเจ้าของบ้านจะพักที่นี่ เพราะว่าเลี้ยงแมวไว้ตั้ง 5ตัว
ต้องดูแลให้อาหารทุกวัน แต่บ้านอยู่ระหว่างการปรับปรุง
จำเป็นต้องย้ายเข้าไปอยู่ในตัวเมือง Ottawa
บ้านอีกหลังที่อยู่ไกล้ที่ทำงาน แล้วก็กลับมาให้อาหารแมวใส่ชาม
มีน้ำใส่ชาม มีถาดใส่ดินไว้ให้แมวขับของเสีย ทำทุกเย็นวันจันทร์
พุธ และ เสาร์ อาหารของแมวมีเป็นกระสอบเป็นเม็ดเล็กๆ
และก็มีปลากระป๋องสำหรับแมวด้วย
PUMPKIN


DAISY

PETE THE SCHMEIGEL

ALFALFA

ปลากระป๋องสำหรับคุณแมวทั้งหลาย




เพื่อนบ้านใกล้เคียงกับบ้านที่ฟาร์มเตรียมดินเพื่อปลูกข้าวโพด
ไม่ได้ปลูกข้าวเหมือนบ้านเรานะ แรงงานน้อย
ส่วนมากเขาใช้เครื่องจักรในการทำการเกษครกรรม


บรรดาสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในฟาร์ม
รถเก่า เป็น 10 คัน ทั้งที่อยู่ข้างนอกและอยู่ในโกดัง





เมื่อเสร็จงาน รอบๆบ้าน ก็รับประทานอาหารเย็นกันที่นี่
อาหารจากบ้านในเมือง และทำปลาเซลมอนอบย่าง เพิ่มเติม


บอกว่าถึงจะมีหิมะตกแต่ข้างในบ้านก็อบอุ่น
ท่อนซุงใหญ่สามารถกั้นลมหนาว กำบังฝนและหิมะได้อย่างดี
เป็นภาพใน ช่วงหิมะตกของเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมานี่เอง

แล้ววันนี้ในเดือนเมษายน ฉันก็ได้มาเห็นสภาพจริง
และนี่เป็นเส้นทางเข้าสู่บ้านท่อนซุงในฟาร์ม
บ้านกำลังอยู่ระหว่างการปรับปรุงใหม่ เพราะสร้างมาได้ 15 ปี
ทำห้องครัวแบบทันสมัย และมีห้องน้ำข้างบนที่ดีเยี่ยม
ปกติเพื่อนที่เป็นเจ้าของบ้านจะพักที่นี่ เพราะว่าเลี้ยงแมวไว้ตั้ง 5ตัว
ต้องดูแลให้อาหารทุกวัน แต่บ้านอยู่ระหว่างการปรับปรุง
จำเป็นต้องย้ายเข้าไปอยู่ในตัวเมือง Ottawa
บ้านอีกหลังที่อยู่ไกล้ที่ทำงาน แล้วก็กลับมาให้อาหารแมวใส่ชาม
มีน้ำใส่ชาม มีถาดใส่ดินไว้ให้แมวขับของเสีย ทำทุกเย็นวันจันทร์
พุธ และ เสาร์ อาหารของแมวมีเป็นกระสอบเป็นเม็ดเล็กๆ
และก็มีปลากระป๋องสำหรับแมวด้วย
PUMPKIN
DAISY
PETE THE SCHMEIGEL
ALFALFA
ปลากระป๋องสำหรับคุณแมวทั้งหลาย
เพื่อนบ้านใกล้เคียงกับบ้านที่ฟาร์มเตรียมดินเพื่อปลูกข้าวโพด
ไม่ได้ปลูกข้าวเหมือนบ้านเรานะ แรงงานน้อย
ส่วนมากเขาใช้เครื่องจักรในการทำการเกษครกรรม
บรรดาสิ่งของต่างๆ ที่อยู่ในฟาร์ม
รถเก่า เป็น 10 คัน ทั้งที่อยู่ข้างนอกและอยู่ในโกดัง
เมื่อเสร็จงาน รอบๆบ้าน ก็รับประทานอาหารเย็นกันที่นี่
อาหารจากบ้านในเมือง และทำปลาเซลมอนอบย่าง เพิ่มเติม
Subscribe to:
Posts (Atom)