Showing posts with label ท่องเที่ยวแคนาดา. Show all posts
Showing posts with label ท่องเที่ยวแคนาดา. Show all posts

2/27/2014

บินลัดฟ้าตามหาฝัน 2014





                             ปิดเทอมภาคฤดูร้อนอีกครั้ง
                             ในปีนี้ เดือนเมษายน 2014 เป็นช่วงเวลาของฉัน
                             ที่จะใช้เวลาอยู่กับครอบครัว สร้างความอบอุ่นให้กับชีวิต
                             ไม่ได้ตั้งใจจะหนีจากความร้อนของอากาศ
                              ไม่ได้ตั้งใจจะหนีความวุ่นวายต่างๆ ทางการเมือง
 
 
 
              เส้นทางที่จะบินลัดฟ้าไปหาฝัน เป็นเส้นทางใหม่
              ดูเหมือนว่าคนที่ซื้อตั๋วให้ อยากจะให้ฉันได้รู้ได้เห็น
              ว่าโลกนี้กว้างใหญ๋เพียงใด เราจะบินไปทางไหนๆ ก็ได้
              ผ่านประเทศใดๆ และแวะที่สนามบินได้หลายประเทศ
              แค่นั่งรอเปลี่ยนเครื่องที่สนามบิน 3 ชั่วโมง 6 หรือ 8 ชั่วโมง
              ก็ยังพอได้คุยให้ลูกหลานฟังว่า ได้ผ่านมาแล้ว

                   จองตั๋วล่วงหน้าตั้งสองเดือน  ด้วยสายการบิน กาตาร์แอร์เวย์


                    แล้ววันเดินทางก็มาถึง
                    ออกจากสนามบินสุวรรณภูมิ เวลา 02.40 น.
                    ด้วยเครื่อง Boeing QR 837 777-300ER
                    ใช้เวลาเดินทาง 6 ชั่วโมง 50 นาที
                    ถึง Doha Qatar intl(DOH) เวลาท้องถิ่น 05.30 น.


ซองสีเหลืองขอบส้มหรือน้ำตาล คือเวลาในการเปลี่ยนเครื่องสั้น หรือยาว
ฉันได้ซองสีนี้ ไปถึง สนามบิน Doha  เจ้าหน้าที่ก็จะรู้ได้ทันทีว่าเรามีเวลาต่อเครื่อง
มากน้อยแค่ไหนจากสีของ  tag ที่กระเป๋าถือขึ้นเครื่อง
เมื่อลงจากรถบัส เข้าในอาคาร ก็มองหา monitor
เพื่อดูว่าต้องไปต่อเครื่องประตูที่เท่าไร  ง่ายๆ โดยถามเจ้าหน้าที่สนามบิน
แล้วก็ไปนั่งรอใกล้ๆประตูขึ้นเครื่อง เล่น net ฟรี คอยนิดหน่อย
เมื่อเขาประตูเปิดให้เข้า ก็ไปเข้าแถว  เพื่อตรวจเอกสาร และ/ หรือ กระเป๋า
ไปรอขึ้นรถบัส รอไปขึ้นเครื่อง


                    ต้องรอเปลี่ยนเครื่องที่นี่ ใช้เวลา 3 ชั่วโมง ไม่นานเกินรอ
                    เพราะขั้นตอนของ การต่อเครื่อง ต้องต่อคิวยาวเหยียด
                    รอรถบัสรับส่งจากเครื่องบินขาเข้า มายังตึกขาออก
                    แล้วต้องต่อคิวยาวเหยียดอีกครั้ง ตรวจสอบพาสปอร์ตและตั๋ว
                   และรอคิวยาวเหยียดอีกครั้งรอรถบัสนำผู้โดยสารไปขึ้นเครื่องที่ลานบินไกลๆโน่น
                   สรุปแล้ว flight นี้ ช้าไป 1 ชั่วโมง ไม่เป็นไร รอได้ ขอให้ทุกอย่างพร้อม

 อีกไม่นานสนามบินใหม่ใน Doha International Airport ก็จะเสร็จ
 คงมีทางเดินขึ้นและลงเครื่องบิน ต่อเนื่องกันเลยเหมือนสนามบินของประเทศอื่นๆ
 ผู้โดยสาร คงไม่ต้องรอรถบัส หลายเที่ยวขนาดนี้  หลายคนส่ายหน้าไปตามๆกัน
 ในที่สุดฉันก็ได้นั่งตรงที่นั่งของฉัน ริมทางเดิน สบายๆ บนเครื่่อง QR 763 777-300ER
 ใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 ชั่วโมง ถึง Montreal(YUL) P Trudeau International Airport
 เวลาท้องถิ่น 15.30 น.  ช้าไปชั่วไมง ตามกำหนดการต้องถึง 14.30 น.พอรับได้
 เป็นปกติของการบินระยะไกลๆ
 ฉันคิดว่าชอบนะ เพราะไม่ต้องนั่งรอเปลี่ยนเครื่อง 6 หรือ 8  ชั่วโมง เหมือนครั้งก่อนๆที่มา
 แต่การนั่งเฉย ๆ 15 ชั่วโมงนี่ซิ แทบเป็นเหน็บชา พยายามลุกไปห้องน้ำบ่อยๆ เดินไปเดินมา
 ตรงช่องทางเดิน หลายครั้ง ให้เลือดลงขา ลงเท้ามั่ง ดูหนัง ฟังเพลงไปเรื่อย หลับบ้างบางช่วง
 อาหารการกิน สามีสั่งอาหารพิเศษให้ Vegetanian hindo meal  เครื่องดื่มสมบูรณ์ดี
 และในที่สุด ก็มาถึง  Montreal(YUL)

         เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไม่ถามอะไรมากนัก สองสามประโยค ตอบไปตามจริง
         และโชคดีไม่โดนสุ่มตรวจกระเป่าเช่นกัน  เลยไม่เสียเวลา 
         ออกมาเจอ สามีที่รักรออยู่ ดีใจ และโล่งใจ
         คำถามแรก ก็คือ ทำไมเครื่องช้าจัง  ช้าไป หนึ่งชั่วโมง
         หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง ที่หญิงไทยอายุมากๆ อย่างฉัน สามียังรักและห่วงใยเสมอต้นเสมอปลาย
         บรรจง เติมเต็มความฝันของฉัน ที่อยากบินลัดฟ้าท่องไปในโลกกว้าง ต่างถิ่น ต่างแดน
         เราไม่มีโอกาสเดินทางท่องไปพร้อมกัน  เนื่องจากภาระหน้าที่การทำงาน ฉันจึงต้องบินเดี่ยว
         แต่จุดหมายปลายทาง คือความอบอุ่นในบ้านชองเรา ในเมือง Ottawa Canada
               วันนี้ เราพักที่เมือง Montreal 
                พรุ่งนี้ เราก็จะเดินทางกลับบ้านเรา ที่ Ottawa 
        

10/23/2012

แคมป์ที่ อัปเปอร์ แคนาดา


Park of the St.Lawrence Canada

            St.Lawrence River มีหมู่เกาะมากมายเรียงรายอยู่เป็น 1000 เกาะ เราตัดสินใจไปพักผ่อนที่  Upper Canada Migratory Bird Sanctuary Camp ground. ที่นี่เป็นแหล่งรวมของหมู่นกอพยพของ แคนาดา ครอบคลุมที่ดินทีอยู่ของนก 9,000 ไร่  มีนกกว่า 200 ชนิด
            สถานที่นี้ ก่อตั้งขึ้น ในปี 1961  ในสวนสาธารณะ โดยสำนักงานคณะกรรมการกำกับวิหารเซนต์ลอว์เรน ซึ่งปัจจุบันมีผู้เข้าชมนก และตั้ง Camp  พักผ่อนมากมาย  ระยะทางจากเส้นทางถนนสายหลัก เข้าไป 8 km จะมีเส้นทางเดินป่า  เส้นทางไปเล่นสกี  ค่ายพักแรม  พายเรือแคนู
และมีโปรแกรมการศึกษาธรรมชาติกลางแจ้ง และกิจกรรมพิเศษ ของลูกเสือ

   




 ข้อมูลที่ได้จาก office  รายละเอียดของสถานที่



                     ที่หน้า office  ฉันไปติดต่อในตอนเช้า เมื่อคืนมาถึงดึกเกินไป จึงเข้าไปที่ Campsite 
และพักผ่อน มีสถานที่สำหรับ motor home ตั้ง camp เพราะจองผ่าน website ไว้ล่วงหน้า  
                     เช้านี้ ฉันซื้อไม้สำหรับก่อกองไฟ 2 ถุง  ( ถุงละ 5 $) เพื่อสร้างบรรยากาศรอบกองไฟ
อากาศมันหนาวเย็นและลมพัดแรง  จำเป็นต้องมีกองไฟเมื่อมีกิจกรรมอยู่นอกตัวรถ  ในรถอบอุ่น
เพราะมี heather    
                    



ห่านและนกเป็ดน้ำ หลากหลายนับไม่ถ้วน บินขึ้นลงเป็นฝูง
เจ้าหน้าที่ให้อาหารในช่วงบ่าย  นกจะบินกลับมาที่นี่มากในช่วงนั้น 
คนก็จะพากันมาชมนก   บางคนมาชมและเดินออกกำลังกายแล้วกลับบ้าน ไม่ได้ค้างคืน  


ฝีมือถ่ายภาพ ของฉัน ไม่ดีนัก แต่ก็ภูมิใจ
ที่ได้นำเสนอภาพ 


หน้า Campsite มีสมาชิกมาอยู่ก่อนเรา


เดินชมธรรมชาติ ต้นไม้เปลี่ยนสี มีสีเหลือง สีแดง สีน้ำตาล สีเขียว คละกันไป
ฤดูใบไม้ร่วงเป็นฤดูกาลที่สวยงามมาก 


มุมมองนี้ เห็นอาคารที่ใช้เป็นส่วนรวม สำหรับผู้ที่ต้องการใช้ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ
มีน้ำอุ่น ตลอดเวลา น้ำไหลแรง  ห้องน้ำสะอาดมาก  แต่ส่วนมากจะอาบน้ำใน รถ Motor home 



ญาติๆ พี่สาวของเรา เดินจากเมืองที่อยู่ไกล้เคียงเช่น Kingston และ South Mountain Canada
เพื่อมาร่วมกิจกรรม รับประทานอาหารร่วมกัน  




 เดินชมชายหาดซึ่งเต็มไปด้วยใบไม้ร่วง 


ความสวยงามของ St.Lawrence River  ซึ่งกว้างใหญ่ 
อยู่ระหว่างประเทศแคนาดาและประเทศอเมริกา 


 พี่สาวแสนดี ทำ Cake เล็กๆ มาให้ พร้อมการ์ดแสดงความยินดีกับเรา 
ในวาระที่ครบรอบวันแต่งงาน
รู้สึกประทับใจและขอบคุณ ความรู้สึกของญาติๆ ที่มอบให้กับเรา


 พี่สาวที่เกษียณราชการแล้วและหลานสาวของเธอ หลบลมเย็นมานั่งในรถ 
แล้วเราทุกคนก็ตามขึ้นมา   ดื่มกาแฟและพูดคุย




 พ่อครัวประจำ Campsite  ทำ BBQ และ แฮมเบอร์เกอร์


 หลานสาว อายุ 4 เดือน 
อบอุ่นอยู่ในรถเข็น ภายใต้ผ้าห่มนวมหลายผืน



ชอบป้ายนี้จังเลย โปรดระวัง เต่า


 เช้าวันต่อมา เราก็เดินทางกลับ เมืองออตตาวา แคนาดา
ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมง



4/03/2012

น้ำตกไนแอการา แคนาดา

                    น้ำตกไนแอการา (อังกฤษ: Niagara Falls ; ฝรั่งเศส: les Chutes du Niagara)
เป็นน้ำตกขนาดใหญ่หลายแห่งประกอบกัน ตั้งอยู่บนแม่น้ำไนแอการาทางตะวันออกของทวีปอเมริกาเหนือ บนพรมแดนระหว่างประเทศแคนาดากับสหรัฐอเมริกา น้ำตกไนแอการาประกอบด้วยน้ำตกสามแห่งที่แยกออกจากกัน คือ น้ำตกเกือกม้า (Horseshoe Falls บางครั้งก็เรียก น้ำตกแคนาดา) สูง 158 ฟุต, น้ำตกอเมริกาสูง 167 ฟุต, และน้ำตกขนาดเล็กกว่าที่อยู่ติดกัน คือน้ำตก Bridal Veil. แม้น้ำตกไนแอการาจะไม่สูงอย่างโดดเด่น แต่ก็กว้างมาก
ภาพนี้ถ่ายจากฝั่งแคนาดา

                   น้ำตกไนแองการามีจุดชมวิวที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญของทั้ง 2 ประเทศมานานกว่าศตวรรษ
                    แม่น้ำไนแอการาไหลมาจากทะเลสาบอีรีไหลผ่านน้ำตกไนแอการาลงสู่ทะเลสาบ            ออนตาริโอ เมืองสองฝั่งของน้ำตกในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝด โดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนตาริโอ ส่วนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ มลรัฐนิวยอร์ก

ภาพของ น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ที่ไหลลงสู่ทะเลสาบออนตาริโอ เป็นผืนน้ำขนาดใหญ่ที่ดูเป็นแอ่งนิ่งและสงบอยู่ในแผ่นดินทางสหรัฐอเมริกา แต่ถัดมาที่มีลักษณะเป็นรูปเกือกม้าขนาดใหญ่กลับเป็นภาพของ กระแสน้ำที่หลั่งทะลักลงจากหน้าผาสูงเป็นแนวกว้าง กระโจนลงสู่พื้นเบื้องล่าง และเพราะแรงกระทบที่ตกลงไป ส่งผลให้เกิดละอองกระเซ็นสาดไปทั่วบริเวณ

เมื่อกระทบกับแสงแดดที่สาดเข้าใส่ละอองเหล่านั้นจะปรากฏเป็นภาพของรุ้งกินน้ำ ประดับบริเวณน้ำตกอยู่ตลอดเวลา ส่วนความมหึมาของ น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ตรงจุดนี้เขาเรียกกันว่า "แคนาเดี่ยนฟอลส์" ส่วนบริเวณชั้นของน้ำตกส่วนล่างลงมา ซึ่งก็เป็นบริเวณที่เป็นชั้นน้ำตก ตกลงไปกระทบพื้นล่าง เป็นระดับแนวยาวขนานกันกับชั้นบนมามีชื่อเรียกว่า "อเมริกัน ฟอลส์" เมืองสองฝั่งของ น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) ในสองประเทศนั้นเป็นเมืองแฝด โดยในฝั่งแคนาดาคือ ไนแอการาฟอลส์ ออนตาริโอ ส่วนในฝั่งสหรัฐอเมริกาคือ ไนแอการาฟอลส์ มลรัฐนิวยอร์ก


                           น้ำตกไนแอการา (Niagara Falls) คือแหล่งท่องเที่ยวที่ลือลั่นสนั่นโลก และเป็นแหล่งที่ทำเงินให้กับแคนาดาและสหรัฐอเมริกาปีหนึ่ง ๆ นับจำนวนมหาศาล เพราะสถานที่แห่งนี้ไม่เคยที่จะร้างห่างลาผู้คน ไม่ว่าจะเป็นฤดูหนึ่งฤดูใดก็ตาม
                               ในช่วงเวลาที่ขับรถผ่าน  หาที่จอดรถ อดไม่ได้ที่จะบันทึกภาพในมุมนี้



                                   มีการถ่ายทำภาพยนต์ เราก็เจอฝรั่งมุง มากมาย ไม่มีไทยมุง


                                     นักท่องเที่ยว จากประเทศไทย หนึ่งเดียวในวันนี้



     เราขับรถออกจากบริเวณน้ำตก  เข้าไปในย่านชุมชน มีร้านอาหารสำหรับนักท่องเที่ยว มากมาย
มีสถานที่สำหรับเข้าดู เข้าชมการละเล่น การแสดงสำหรับเด็กๆ  ตกแต่งหน้าร้านให้น่าเข้าไปใช้บริการ

     เราตกลงกันว่า หาร้านอาหารจีน เพื่อรับประทานอาหารเที่ยงกันดีกว่า  ขับรถมาได้สักสิบนาทีก็เจอ ทีแรกนึกว่าเป็นอาหารญี่ปุน
ร้านติดกันเป็นร้านอาหารจีนแบบบุฟเฟ่ห์
ร้านติดกันเป็นร้านอาหารจีนแบบบุฟเฟ่ห์ ดีใจ  ราคาคนละ 11.99 $   ถูกกว่าที่ Ottawa ที่เคยไปกิน ราคาคนละ 20$ แต่ร้านที่เราทานอาหารที่นี่ เป็นร้านเล็กๆ  รสชาดใช้ได้ สำหรับคนไทยผู้หิวโหย
มีอาหารเต็มท้องแล้วเราก็ออกเดินหางกลับ Ottawa
ใช้เวลาขับรถกลับ Ottawa 8 ชั่วโมง ฉันหลับตลอดเส้นทาง น่าสงสารคนขับ เหนื่อยหน่อย ไม่มีคนเปลี่ยน

Followers