9/16/2011

ท่องเที่ยว Canada April 2011

 flight to my dream April 2011

เวลา 4 โมงเย็นจึงไปสนามบินสุวรรณภูมิ

ของฝากที่จัดเตรียมไว้ ไม่ได้ติดตัวมาด้วยสักซิ้น น้ำหนักมันเกิน ต้องเอาออก
เสียดายจังเลย อุตส่าห์หาเตรียมไว้ สองทุ่มฉันก็ผ่านด่านตรวจคนขาออก
เข้าไปรอที่ Gate เจอผู้หญิงคนหนึ่ง กำลังจะเดินทางไปพบกับสามีที่ London
เธอเป็นคนเพชรบูรณ์ รู้จักกับสามีทาง net คงมีคนจัดทำการติดต่อให้
ขอให้เธอประสบผลสำเร็จตามใจปรารถณา
Flight ของฉัน Bangkok to Bombai เวลา 8.45 pm. ถึง 11 .40 pm.
ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง 15 นาที แล้วพักอยู่ที่ สนามบิน Bombai 2 ชั่วโมง

ฉันมาถึงสนามบิน london heathrow 6.45 am. เช้าตรู่ใน London


เดินไปตามทาง terminal 1,2,3,4 แจ้งว่าจะเดินทางต่อไป canada เจ้าหน้าที่ก็ชี้ให้ไปรอขึ้นรถ
ที่จะไปส่งผู้โดยสารที่ต่อเครื่อง ที่อาคารขาออก ตรวจสิ่งของในกระเป๋า และเดินผ่านเครื่อง
แสกน กระเป๋าไม่ผ่านต้องได้ตรวจสอบอีกครั้ง และแล้ว ยาสีฟัน กับ ครีมทาผิวก็ถูกทิ้งลงถังขยะไป
เขาบอกว่าเกิน 100 กรัม

ที่ board time ยังไม่ได้บอกเวลาว่าจะให้ ผู้โดยสารที่จะไปCanada ไปรอที่ Gate ไหน
เจ้าหน้าที่ air Canada ที่ counter บอกว่า ให้พักผ่อน รับประทานอาหารและ shopping
รอเวลาก่อน แล้ว ให้มาดูเวลาที่ board time .ในช่วงเที่ยง


ฉันเดินไปสั่ง hot Chocolate กับชี้ไปที่ขนมปัง 1 ชิ้น ที่ STARBUCKS COFFICE
จ่ายเงินเป็น เงิน US ไม่รู้ราคาเท่าไร ได้เงินทอนเป็นเงินเหรียญปอนด์
เก็บไว้ก่อนค่อยเรียนรู้ทีหลัง มีอะไรตีองเรียนรู้เยอะเลย มานั่งกิน ขนม
และดื่มเครื่องดื่มร้อนๆ แล้วทดสอบ WIFI เข้าได้ แต่ต้องเสียเงิน
ถึงจะเล่น net ได้ ที่บอกว่า ฟรี ก็ Connect ไม่ได้

ฉันก็เริ่มบันทึกการท่องเที่ยว Canada ครั้งที่ 3 ด้วย เครื่อง net book
สีชมภูหวานแหว๋ว ทำให้ลืมเวลาที่ต้องนั่งรอต่อครื่องไปได้เหมือนกัน
ฉันเดิน ลากกระเป๋า ไปรอบๆ อีกครั้ง ออกกำลังขา พยามยามยืนให้มาก
เพราะต้องนั่งอยู่กับที่อีก....... นาน เวลา 12.10 board time บอก Gate
ที่ฉันต้องไปรอขึ้นเครื่อง ตรงเวลาดี
Gate 25 เมื่อเดินมาถึงก็ดูรายละเอียด ในกระดาษที่ print จาก email
Depart 1.00pm London(LHR) Jet Airways
Arrive 3.35pm. Ottawa(YOW) Flight5089
Economy/Coach Class, Boeing 767-300 7 Hr 35 Min
ข้อมูลสุดท้ายที่อยู่ในตั๋ว ตอนที่ Check in ต้องใช้บริการ
ของ Air Canada AC0889V ไม่ใช่ Jet airways เหมือน 2 flight ที่ผ่านมา
ก็ไม่มีปัญหาอะไร ขอให้ไปถึง Ottawa ก็แล้วกัน ฉันได้นั่งที่ 14A
ช่วงหน้า ติดกับหน้าต่าง

ภาพแรก บนท้องฟ้า จาก London to Ottawa

ภาพที่สอง ด้วยฝีมือตัวเอง

ภาพที่สาม


หลังจากเก็บภาพที่เห็น ที่นั่งเห็นวิวทิวทัศน์ดีมาก แต่ฉันก็หลับเสียเป็นส่วนมาก
เพราะเวลานี้ ที่เมืองไทยเป็นช่วงกลางดึก ที่นี่เป็นตอนบ่าย คนอื่นๆในเครื่องบิน
เขาไม่หลับ ทำงานใน Labtop อ่านหนังสือ ฟังเพลง กินอาหารว่าง
และเสียงเด็กๆ ทารก ร้องให้ตลอดเวลา

ถึงสนามบิน Ottawa ตรงเวลา กว่าจะได้ออกมาข้างนอก ฉันต้องถูกสัมภาษณ์มากเป็นพิเศษ
เพราะเป็นนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศ คำถามแรก คือ Can you speak english ?
ฉันตอบ a little เอาไว้ก่อน แล้วค่อยถามค่อยตอบไป
ที่สำคัญคือฉัน ถือเอกสาร Expedia Travel Confirmation
และ สำเนาเอกสารพาสปอร์ตของคุณ Jeff พร้อมเบอร์โทรศัพท์
รวมทั้งเอกสารส่วนตัวของฉันด้วย เจ้าหน้าที่ บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับตัวฉันได้ง่ายขึ้น
ถ้าคอยฟังคำตอบจากฉันอย่างเดียว เสียเวลามากกว่าจะเข้าใจกันได้
และโชคดีฉันไม่ถูกค้นกระเป๋าอีกครั้ง เจ้าหน้าที่อนุญาตให้ฉันผ่านออกไปได้
แสนจะดีใจ เมื่อได้เห็นคุณJeff มายืนคอยรับ jeff บอกว่าคอยตั้งนาน
จน flight อื่นที่มาตามหลัง คนก็ออกมามาหมดแล้ว ฉันบอกว่า
คนอื่นไม่ได้สัมภาษณ์พิเศษเหมือนกับฉัน ต้องผ่านเจ้าหน้าที่ 3 steps จึงออกมาได้
คุณ Jeff พาไปกินผัดไทยทะเล กับก๋ยวเตี๋ยวทะเล ที่ร้านอาหารญวน ใน China Town
อย่างละ 11.99 $ ( ประมาณ 350 บาท) เพราะเย็นแล้ว จะได้กลับมาพักผ่อน
อย่างเต็มที่
สวัสดี การเดินทางบนเที่ยวบิน ที่ยาวนาน อยู่บนเครื่องทั้งหมด 21 ชั่วโมง 30 นาที
พักรอเปลี่ยนเครื่องในสนามบิน รวม 8 ชั่วโมง

8/16/2011

Virginia beach



Sunday 24 April 2011
รถ Motor home คันเล็กๆ ของเรา ออกจากบ้านคุณ Andy ประมาณ 6 โมงเย็น
ยังมีแสงแดดรำไร อากาศดีมาก ไม่หนาว
มาถึงด่านเข้า USA. ก็รับการสัมภาษณ์ จากเจ้าหน้าที่ผู้หญิง และ สแกนนิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว อีกครั้ง
แล้วเดินทางต่อ อีก 2 ชั่วโมง ประมาณเกือบ 4 ทุ่ม ก็เข้าพักผ่อนที่ โรงแรมเล็กๆ ชื่อ Microtel
ฝนตกเบาๆ ตลอดทางที่ผ่านมา เหนื่อย และหลับสนิท
เช้าตรู่ออกเดินทาง ขับรถไปเรื่อยๆ มีฝนตกโปรยปราย มืดครึ้ม
แต่อากาศคงเปิดในไม่ช้านี้

Monday 25 April 2011
เดินทางต่อ มาเรื่อยๆ หัดอ่านแผนที่ไปด้วย
จนกระทั่งค่ำมืดที่ Washington DC ไม่ได้เข้าไปเที่ยวใน ตัวเมืองหรอก
อยู่รอบนอก ถนน high way เข้าพักที่ โรงแรม Comfort Inn โรงแรมขนาดกลาง
ดีหน่อย มี wi fi ให้ใช้ด้วย ตอนเช้ารับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม แบบง่ายๆ
แล้วเราก็เดินทางต่อ มุ่งหน้าสู่ Virginia Beach
จะไปเส้นทางไหน ก็ต้องจ่ายค่าบริการใช้ถนน

บางครั้งก็ต้องลอดอุโมงค์ลอดผ่านใต้ท้องทะเล นึกกลัวอุโมงค์แตกเหมือนในหนังจังเลย

บางช่วงก็ขับรถวิ่งบนสะพานที่ท่าเรือ ช่วงสั้นๆ

ก่อนจะถึง Campground ที่พัก เที่ยงแล้ว แวะรับประทานอาหารไทย
ที่ Williamsburg

แวะเติมน้ำมัน เติมแล้วเติมอีก เดินทางมาไกลแสนไกล

ถนนหนทาง ป่าไม้ริมทางคล้ายบ้านเรา Thailand คิดถึงบ้านขึ้นมาทันที
รถคันเล็ก วิ่งนำหน้า คุณเจฟ ชอบมาก เรียกหากล้องบันทึกภาพเสียงดัง
ไม่ยอมขับรถแซง มีความสุขที่ได้มองดูรถคันเล็ก


ในที่สุด เราก็มาถึง Verginia

ต้องขับรถผ่านย่านใจกลางเมืองก่อนที่จะไปถึง Campground
ขับรถวนไปวนมาหลายรอบ ฉันดูแผนที่ไม่เก่ง คนขับรถก็พยายาม

มีหนุ่มๆปั่นจักรยานท่องเที่ยวตามชายหาด

ร้านค้าขายสินค้าที่ระลึก และนักท่องเที่ยวทีจะไปชายหาด



ติดต่อเข้าพักที่ campground ได้ที่พักสีชมภูหมายเลข 37
ดีหน่อยไม่ไกลจากห้องอาบน้ำซักเท่าไร ห้องน้ำในรถก็มีนะ
แต่แท้งน้ำมันเล็กจุน้ำร้อนน้ำเย็นไม่ค่อยเยอะ ใช้น้ำเวลาอาบไม่จุใจเท่าไร
อยู่ที่ทวีปอเมริกาเหนือ สิ่งที่ชอบที่สุดในชีวิตประจำวันคือ อาบน้ำอุ่นใช้เวลาเป็นชั่วโมง
นี่คือตำแหน่งที่พักของเรา สีชมภู H 37


สภาพอากาศแตกต่างจากการเข้า Campground ครั้งก่อนเพราะครั้งก่อนอากาศ เย็นจัด
ลมก็แรง แต่ครั้งนี้อากาศสบายๆ คล้ายภาคเหนือของเมืองไทย
แต่ฉันก็ก่อไฟที่Camp เพราะต้องทำอาหาร dinner คุณเจฟเป็นพ่อครัวเหมือนเดิม

ป่าไม้ชายหาดที่นี่ต้นสูงใหญ่ ตรงนี้เทศบาลของ Virginia คงอนุรักษ์ธรรมชาติไว้เป็นแหล่งท่องเที่ยวตั้ง Campground เพราะส่วนที่ฉันเห็นเป็นย่านโรงแรมติดชายหาดเรียงเป็นแถวติดกันก็ยาวประมาณ 2 กิโลเมตร แต่ช่วงนี้มีนักท่องเทียวน้อย ไม่ใช่เทศกาลท่องเที่ยวแต่จะมีมากในช่วง มิถุนายน และ กรกฎาคม เพราะเป็นช่วง Vacation และก็จะมีนักท่องเที่ยวเยอะอีกครั้งเมื่อตรงกับช่วงวันหยุดสำคัญ
คืนแรกนอนหลับสนิทใน Motor home

Tuesday 26 April 2011
วันนี้เราทานอาหารเช้าที่ใจกลางเมือง ใกล้ชายหาดติดกับโรงแรมใหญ่ทั้งหลาย

ซื้อเสื้อสีแดงจากร้านอาหารเป็นที่ระลึกที่ได้มาเที่ยวที่นี่


มีฝนตกพรำๆ นิดหน่อย 30 นาที หลังจากนั้นก็ไม่มี เราก็ออกเดินเที่ยว ดูทิวทัศน์ ห้างร้านโรงแรมที่เรียงเป็นแถวยาวเหยียด และดูนักท่องเที่ยวจากประเทศต่างๆ ทั้งยุโรป อเมริกาเอเซีย และ อาฟริกา

We are hold our hand and walk around.

เดินไปเรื่อยจนกระทั่งบ่ายๆ แวะทาน
Ice cream cone โชคดีเจอนักเรียนไทย 5 คน มาทำงานพิเศษ ที่ร้านขายไอศกรีม มาอยู่ได้ 2 เดือนแล้ว อีก 1 เดือนก็จะกลับ คงเป็นนักศึกษา ทราบว่าอยู่พิษณุโลก ฉันได้พูดคุยกับสาวจากพิษณุโลก อีกครั้งแล้วซิ

ก่อนกลับ Camp เราแวะซื้ออาหารและเสื้อผ้าใส่เล่นๆ สำหรับ แอ๊ดดี้ และคุณเจฟซื้อของฝากเพื่อนๆของฉันเยอะแยะ
หลังจาก dinner ดื่มเบียร์ ข้างกองไฟ ก็หลับสนิทจนกระทั่งสาย
หลังจากนั้นก็เตรียมตัวกลับ Canada

8/15/2011

Family in Canada

วันอาทิตย์ที่ 24 เมษายน 2011
ตื่นแต่เช้า ขนของขึ้นรถอีกครั้ง เมื่อวานนี้ อากาศค่อนข้างดี มีแสงแดด ไม่หนาวมากนัก
อีกทั้งเป็นวันหยุด ทุกบ้านออกมานอกบ้านและทำความสะอาดบ้าน แต่วันนี้อากาศไม่ดี
มีฝนตกพรำ ๆ ตั้งแต่เช้า เราไปรับคุณแม่Pat ที่Condo ท่านเตรียมเสื้อผ้าไว้เรียบร้อยแล้ว
ท่านดีใจที่จะได้ไปที่ไหนๆ กับลูกหลาน

รำลึกถึงครอบครัวของฉันที่ประเทศไทย
ถ้าฉันย้อนอดีตได้ ฉันจะปฏิบัติตนเป็นลูกสาวที่ดีของคุณยายพัฒน์ ให้มากกว่าที่เคยเป็น
ถึงแม้จะยากแค้นแสนเข็ญในการดำรงชีวิต ไม่มีเงินทองใช้ .....แต่มีสิ่งที่สำคัญ
คือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อให้มีความสุขในแต่ละวันที่อยู่ด้วยกัน
มาถึงวันนี้คุณยายพัฒน์ จำไม่ได้ว่าใครป็นใคร แต่พวกเราก็จะทำให้ดีที่สุด
ทุกคนมีหน้าที่ที่ต้องช่วยกันและทำให้ดีที่สุด
ในภาพคือคุณยายพัฒน์ ช่วงวันแม่ 12 สิงหาคม พ.ศ.2550

อีกภาพแห่งความทรงจำ คุณยายพัฒน์ยังแข็งแรง มีความสดชื่น
เป็นที่รักของเพื่อนบ้าน ร่วมกิจกรรมในวันสงกรานต์

จากนั้นเราก็เริ่มออกเดินทาง ไป Kingston บ้านพี่สาวของคุณเจฟ คือคุณ Andy และคุณ Steve
มีลูกชาย Mac และภรรยา Terry และ Nalon หลานชาย อยู่บ้านวันนี้

บรรยากาศในบ้าน สนุกสนาน กับหลานชาย Nalon

อาหารว่างในวัน Easter day

โต๊ะรับประทานอาหาร เตรียมไว้ฉลอง Easter day

คุณพี่สาว Andy และ คุณน้องชาย Jeff กำลังช่วยกันเตรียมอาหาร

wow น่าอร่อย


คุณพี่ Andy มอบของฝากกลับมาใช้ที่ Orchid Apartment

ปิดท้ายด้วยรูป วัน Easter day 2010 ที่ฉันมาเที่ยว Canada ครั้งแรก
มีญาติพี่น้องมากมายหลายคน มาร่วมฉลองในวันนั้น

หลังจากรับประทานอาหารเสร็จ ในช่วงบ่ายเราก็ออกเดินทางต่อเข้าไปใน America
จุดหมายของเราคือ Virginia Beach

8/14/2011

Gibbons Family Fram


คุณAndy และคุณGain พี่สาวสองคนของคุณเจฟ และคุณเจฟ จะพาคุณแม่Pat และฉัน ไปรับประทานอาหารเช้า
ที่หอประชุมของโบสถ์ St.Thomas Anglican church อาหารเช้าเป็นเค้ก ราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิล
มีฮ๊อตดอก น้ำส้มคั้น หรือน้ำแอปเปิ้ล หรือกาแฟ

สามพี่น้อง ตอนนี้เป็น สามนามสกุล เพราะคุณพี่สาวทั้งสองมีครอบครัวแล้ว

หลังจากนั้นก็จะพากันเข้าไปชมโรงงานผลิตน้ำเชื่อมที่ผลิต จากต้น Maple


ซึ่งเจ้าของโรงงานเป็นชาวบ้านในท้องถิ่น เป็นโรงงานขนาดเล็ก คนในครอบครัว
ช่วยกันทำงาน เป็นโรงงานเก่าแก่จากรุ่นปู่ย่า ตาขาย ตกทอดมาถึงรุ่นหลาน
แต่มีผลผลิตส่งออกขายหลายรัฐ บ้านเราผลิตน้ำ้ตาล น้ำเชื่อมจากต้นอ้อย

ภายในโรงงาน กระบวนการผลิต คล้ายกับการกรีดยางจากต้นยางในบ้านเรา
แล้วเอายางที่กรีดได้มาผ่าน ขั้นตอนต่างๆ

จนสุดท้ายก็ได้เป็นน้ำเชื่อมออกมา บรรจุในแกลลอนแล้วส่งของขายตามที่ได้รับการสั่งซื้อ

โรงงานนี้ได้จัดสถานที่สำหรับให้ผู้เยี่ยมชมศึกษาดูงาน มีบอร์ดอธิบาย มีรูปภาพ
มีอุปกรณ์การผลิตรุ่นเก่าๆ สมัยคุณปู่มาให้ดู

ตัวอย่างต้นเมเปิ้ล ที่มีอายุยาวนาน จะเห็นว่าเขาปักช่วงขนาดของต้นในแต่ละปี

ตัวอย่าง ต้นเมเปิ้ลที่เตรียมพร้อมรอการกรีดเอาน้ำยางมาผลิตเป็นน้ำเชื่อม มีภาชนะห้อยเต็มต้น

มีนำ้เชื่อมเปิ้ลที่ผลิตออกมาแล้ว ให้ชิม มีรสหวานขนาดแตกต่างกัน

ภาพข่าว เมื่อครั้งที่เกิดพายุครั้งใหญ่ ในปี 1998 ที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก
แก่ผู้ผลิตน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ล

หลังจากนั้น เราก็แยกย้ายกันกลับบ้านพัก คุณแม่ pat และคุณพี่สาวแยกไป
shopping สินค้า otop ของคนในท้องถิ่นที่วางขายริมถนน และก็ยังมีสินค้าที่เปิดท้ายรถ
เหมือนๆ กับบ้านเราด้วย
ตัวเมืองที่เราเดินทางผ่านเพื่อกลับบ้าน เก็บภาพจากบนรถที่นั่ง
ไม่สวยเท่าไรกระจกหน้ารถ ไม่สะอาด เพราะบางช่วงมีฝนโปรยปราย



จบแค่นี้ก่อน นะคะ หายเหนื่อยแล้วจะเล่าเรื่องอื่นๆ ต่อไป



Followers