8/14/2011

Gibbons Family Fram


คุณAndy และคุณGain พี่สาวสองคนของคุณเจฟ และคุณเจฟ จะพาคุณแม่Pat และฉัน ไปรับประทานอาหารเช้า
ที่หอประชุมของโบสถ์ St.Thomas Anglican church อาหารเช้าเป็นเค้ก ราดด้วยน้ำเชื่อมเมเปิล
มีฮ๊อตดอก น้ำส้มคั้น หรือน้ำแอปเปิ้ล หรือกาแฟ

สามพี่น้อง ตอนนี้เป็น สามนามสกุล เพราะคุณพี่สาวทั้งสองมีครอบครัวแล้ว

หลังจากนั้นก็จะพากันเข้าไปชมโรงงานผลิตน้ำเชื่อมที่ผลิต จากต้น Maple


ซึ่งเจ้าของโรงงานเป็นชาวบ้านในท้องถิ่น เป็นโรงงานขนาดเล็ก คนในครอบครัว
ช่วยกันทำงาน เป็นโรงงานเก่าแก่จากรุ่นปู่ย่า ตาขาย ตกทอดมาถึงรุ่นหลาน
แต่มีผลผลิตส่งออกขายหลายรัฐ บ้านเราผลิตน้ำ้ตาล น้ำเชื่อมจากต้นอ้อย

ภายในโรงงาน กระบวนการผลิต คล้ายกับการกรีดยางจากต้นยางในบ้านเรา
แล้วเอายางที่กรีดได้มาผ่าน ขั้นตอนต่างๆ

จนสุดท้ายก็ได้เป็นน้ำเชื่อมออกมา บรรจุในแกลลอนแล้วส่งของขายตามที่ได้รับการสั่งซื้อ

โรงงานนี้ได้จัดสถานที่สำหรับให้ผู้เยี่ยมชมศึกษาดูงาน มีบอร์ดอธิบาย มีรูปภาพ
มีอุปกรณ์การผลิตรุ่นเก่าๆ สมัยคุณปู่มาให้ดู

ตัวอย่างต้นเมเปิ้ล ที่มีอายุยาวนาน จะเห็นว่าเขาปักช่วงขนาดของต้นในแต่ละปี

ตัวอย่าง ต้นเมเปิ้ลที่เตรียมพร้อมรอการกรีดเอาน้ำยางมาผลิตเป็นน้ำเชื่อม มีภาชนะห้อยเต็มต้น

มีนำ้เชื่อมเปิ้ลที่ผลิตออกมาแล้ว ให้ชิม มีรสหวานขนาดแตกต่างกัน

ภาพข่าว เมื่อครั้งที่เกิดพายุครั้งใหญ่ ในปี 1998 ที่ทำให้เกิดความเสียหายอย่างมาก
แก่ผู้ผลิตน้ำเชื่อมจากต้นเมเปิ้ล

หลังจากนั้น เราก็แยกย้ายกันกลับบ้านพัก คุณแม่ pat และคุณพี่สาวแยกไป
shopping สินค้า otop ของคนในท้องถิ่นที่วางขายริมถนน และก็ยังมีสินค้าที่เปิดท้ายรถ
เหมือนๆ กับบ้านเราด้วย
ตัวเมืองที่เราเดินทางผ่านเพื่อกลับบ้าน เก็บภาพจากบนรถที่นั่ง
ไม่สวยเท่าไรกระจกหน้ารถ ไม่สะอาด เพราะบางช่วงมีฝนโปรยปราย



จบแค่นี้ก่อน นะคะ หายเหนื่อยแล้วจะเล่าเรื่องอื่นๆ ต่อไป



8/13/2011

Home in Ottawa April 2011


ถึงป้ายบอกถนน ทางเลี้ยวเข้าเส้นทางที่บ้านบ้าน ของเรา


ถนนเส้นนี้ ลาดชันลงไป มีบ้านหลังใหญ่ๆ ทั้งสองข้างทาง แต่ส่วนมาก
จะแบ่งห้องให้เช่า เป็นห้องชุด มีห้องนอน ห้องรับแขก ห้องครัว และห้องน้ำ
เจ้าของบ้านอยู่เองค่อนข้างน้อย


เป็นครั้งที่สอง ที่มาอยู่ที่บ้านหลังนี้ รู้สึกเป็นบ้านของตัวเองจริงๆ
ก็ฉันกำลังใช้ชีวิตอยู่ในความฝัน และก็เป็นความฝันที่เป็นจริง
ต้นเดือนเมษายน ฤดูหนาวกำลังจะหมดไป วันที่ฉันมาถึงยังมีหิมะ
กองอยู่ข้างทางนิดหน่อย ยังละลายไม่หมด คุณเจฟ บอกว่า
เป็นหิมะเมื่อ 2 วันที่ผ่านมา


ถึงแม้ว่าหิมะจะเริ่มหมดไป แต่ลมก็ยังพัดแรงจนแสบตา ต้องใส่แว่นตากันแดด กันลม
หนาวลม จับใจ ก็ต้องอยู่แต่ภายในบ้าน เปิด heather เหมือนเดิม ทำงานในcomputer
และกินขนม กาแฟ อีกทั้งผลไม้ เตรียมไว้สำหรับตัวเอง


รอจนถึงตอนเย็น คุณเจฟกลับจากที่ทำงาน จึงได้เปลี่ยนเป็นมาพักผ่อนในโรงรถ
ซึ่งคุณเจฟใช้เป็นสถานที่ ตกแต่งรถแข่ง จะเอารถรุ่นเก่าๆ มาตกแต่งแล้วเอาไปแข่ง
ในสนามแข่งรถ ซึ่งคุณเจฟและเพื่อนชอบเป็นชีวิตและจิตใจ


ฉันก็เข้ามาเดินชมนั่นชมนี่ไปตามเรื่อง ไม่ความรู้เรื่องรถสักนิด แต่อากาศในโรงรถ
อบอุ่นดี ข้างนอกเย็นมาก


ภาพติดฝาผนัง เป็นภาพที่คุณเจฟกำลังเข้าสนามแข่งรถ ดูดีเชียวนะ


คุณ BOB เพื่อนของคุณJeff ที่ชอบตกแต่งรถและแข่งรถ เป็นงานอดิเรกเหมือนกัน
ชอบที่จะมาตกแต่งรถด้วยกัน ช่วยกันบ่อยครั้งหลังจากเลิกงาน

รถคันโปรดของคุณBOB

สองหนุ่ม สุดหล่อ ช่วยกันเอารถแข่ง ขึ้นรถตู้ (รถแข่งขับบนถนนไม่ได้)

สองหนุ่ม ช่วยกันทำงาน ฉันเป็นฝ่ายเก็บภาพ และทำเท่ห์ ไปเรื่อยๆ


บ้านหลังนี้ ฉันเคยเขียนบทความไว้ครั้งก่อน ในปีที่แล้ว ชื่อว่า
"บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง" ค่ะ ลองอ่านดูนะคะ
http://jarunyawong.blogspot.com/2010/05/blog-post.html

3/17/2011

Flight to Ottawa 2011

เห็นรูปดอกทิวลิปที่เคยบันทึกภาพไว้ เมื่อไปครั้งแรก
ปิดเทอมนี้อยากไปอีก จะไปเก็บเกียวสิ่งใหม่ๆ มาฝาก
ผู้ที่อยากเรียนรู้อยากจะเห็นหรือผู้ที่มีความฝันเหมือนกับฉัน



จองตั๋วไว้แล้ว ล่วงหน้าเป็นเดือน ตั้งใจว่าจะไปเส้นทางใหม่
สุวรรณภูมิ-นาริตะ-โตรอนโต้-ออตตาวา
แต่แล้วต้องเปลี่ยนแผนใหม่ ไปเส้นทางเดิมที่เคยไป
สุวรรณภูมิ-บอมเบย์-ลอนดอน-ออตตาวา
เพราะว่าเกิดสินามิที่ประเทศญี่ปุน เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2554
ติดตามไปเที่ยวด้วยกันนะคะ


วางแผนไว้อย่างดีเลย พอไปยื่นวีซ่าที่สถานทูตแคนาดา
เจ้าหน้าที่บอกว่าเขาใช้แบบฟอร์มใหม่ มาหลายเดือนแล้ว
กลับไปทำเอกสารใหม่ ในComputer แล้ว Print
ออกมาให้ได้ Barcoad ในแผ่นสุดท้ายออกมาด้วย
http://www.cic.gc.ca/english/pdf/photospecs-e.pdf
สถานทูตจึงจะรับพิจารณา



ตกใจหมดเลย กลัวไม่ได้ไปเที่ยว
รีบกลับมาทำเอกสารใหม่ สายตาก็ไม่ดี รีบก็รีบแต่ภาวนาว่า
ให้เอกสารถูกต้องเรียบร้อยทุกรายการ วันนั้นมีปาร์ตี้ที่โรงเรียน
ฉันก็ไม่ได้ไป เสียดายจังเลย วันต่อมาลูกชายเอาไปยื่นสถานทูต
เจ้าหน้าที่รับไว้และบอกว่า อีก 7 วันมาฟังผล ว้าว ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
เมื่อก่อน 2วันรู้ผล ครั้งนี้เจ็ดวัน ดูปฏิทินแล้ววันที่ 24 มีนาคม 2554
เวลาบ่ายโมง ฉันตั้งจิตอธิษฐาน ให้ได้Visa ทันทีไม่ต้องสัมภาษณ์อีก
สาธุ สาธุ

จากนั้นฉันเริ่มศึกษาข้อมูลใหม่
สถานฑูตแคนาดาประจำประเทศไทย ตั้งอยู่ที่ 2
ชั้น 15 อาคารอับดุลราฮิม
990 ถนนพระราม4 กรุงเทพฯ 10500
โทร : 0-2626-0540 โทรสาร : 0-2636-0561
ขอวีซ่าท่องเที่ยวได้จากที่อยู่ข้างต้นนะค่ะ
วิธีการขอวีซ่า แบบ นักท่องเที่ยว (ให้ตรวจสอบกับเวบไซด์ของสถานฑูตอีกครั้งนะค่ะ)
สำหรับท่านที่ต้องการเข้ามาท่องเที่ยวยังประเทศแคนาดา
ให้ ดาวน์โหลด แบบฟอร์มใบสมัคร (application form) จาก เวบไซด์ www.bangkok.gc.ca
เลือกหัวข้อ “ Visa and Immigration”
และ “Temporary Resident Visa”
ทุกวันจันทร์ ถึง วันพฤหัส เวลา 7.30-10 am
1. เอกสารที่ต้องเตรียมมีดังนี้
- passport จะต้องไม่หมดอายุ จนกระทั่งวันที่เดินทางกลับเมืองไทย
- รูปถ่าย 2 ใบ ไม่เกิน 6 เดือน (ให้ถ่ายรูปตามหลักเกณฑ์ของสถานฑูต)
- bank statement
- แผนท่องเที่ยวต่างๆ
- ใบรับรองการทำงาน แสดงตำแหน่ง หน้าที่การงาน และเงินเดือน
- กรณีทำงานส่วนตัว ให้แสดงเอกสารของการจัดตั้งบริษัทฯ ทั้งเอกสารตัวจริงและสำเนา
- กรณีเดินทางมาประเทศแคนาดา ด้วยเหตุผลการงานของบริษัทฯที่ท่านทำงาน ให้แสดงเอกสาร
ในการตอบรับจากประเทศแคนาดา หรือเอกสารต่างๆที่ได้ติดต่อกับหน่วยงานจาก ประเทศแคนาดา
3. ค่าธรรมเนียมในการขอวีซ่า ท่องเที่ยว
แบบ single entry 2,250 บาท หรือ $cdn 75
แบบ multiple entry 4,500 บาท หรือ $cdn 150
โดยจ่าย เป็นแคชเชียร์เช็คสั่งจ่าย “สถานฑูตแคนาดา” หรือ “The Embassy of Canada”

ประเทศแคนาดา
แคนาดาเป็นสหพันธรัฐ ปกครองระบบประชาธิปไตยแบบมีรัฐสภา
นายกรัฐมนตรีเป็นผู้นำประเทศ และนับถือราชินีอังกฤษเป็นประมุข
(มีผู้แทนพระองค์อยู่ในแคนาดา มีศักดิ์เสมือนราชินีอังกฤษ)
เครื่องหมายประจำชาติของประเทศแคนาดาเป็นรูปใบเมเปิล
เป็นใบไม้ที่มีสีสันสวยงาม และมีรอยหยักเป็น 5 แฉก
สีของใบเมเปิลในฤดูใบไม้ร่วงจะมีสีเหลืองปนแดง
มาท่องเที่ยวในช่วงฤดูใบไม้ร่วง จะเห็นความโรแมนติกของใบไม้เปลี่ยนสีค่ะ
ปัจจุบันแคนาดาประกอบด้วย มณฑลและเขตปกครอง 2 เขต (Territories)
อยู่ภายใต้ การปกครองของรัฐบาลกลาง เมืองหลวงชื่อ ออตตาวา(Ottawa city)
ซึ่งอยู่ที่มณฑลออนตาริโอ (Ontario) กรุง Ottawa city สวยงามมาก
จนได้ชื่อว่า ติด1 ใน 8 เมืองหลวงที่สวยของโลก
แคนาดาได้รับเลือกจากสหประชาชาติว่า เป็นประเทศที่น่าอยู่อันดับหนึ่งของโลก
มีทัศนียภาพที่สวยงามหลากหลาย ประชากรมีคุณภาพชีวิตสูง
ระบบการศึกษามีคุณภาพสูงเป็นที่ยอมรับทั่วโลก
ซึ่งบางสถาบันนักศึกษาสามารถเลือกเรียนได้ทั้งภาษาอังกฤษ
และฝรั่งเศส ประกอบกับค่าเล่าเรียนที่ไม่แพงจนเกินไป
ค่าครองชีพอยู่ในระดับต่ำ เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมในทวีปอเมริกาและยุโรป
ค่าเงินของประเทศแคนาดา โดยประมาณ 1 CAD = 30 บาท

ภูมิอากาศ
จากที่สังเกต ตามเดือนต่างๆ และสรุปโดยทั่วไปมี 4 ฤดูกาล คือ
ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน ถึง เดือนมีนาคม
ฤดูใบไม้ผลิ เริ่มตั้งแต่เดือน ปลายมีนาคม ถึง เดือนพฤษภาคม
ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือน มิถุนายน ถึง กันยายน
ฤดูใบไม้ร่วง เริ่มตั้งแต่เดือน ปลายกันยายน ถึง ต้นพฤศจิกายน
ประเทศแคนาดากว้างใหญ่ มีพื้นที่มาก
ในส่วนของภาคกลาง จะมีมณรัฐ 2 มณรัฐ ที่ใหญ่
• มณรัฐ Ontario (ออนตาริโอ) เป็นมณรัฐที่เป็นศูนย์กลาง
ทางการเงินและการอุตสาหกรรม มีเมืองหลวงของมณรัฐคือ Toronto (โตรอนโต้)
เมืองโตรอนโต้ จะอยู่ทางตอนใต้ของออนตาริโอ
มีน้ำตกที่สวยงามและมีชื่อเสียงก้องโลก คือน้ำตก ไนแอการ่า (Niagara fall)
และมณรัฐนี้ ยังเป็นที่ตั้งของเมืองหลวงของประเทศด้วย คือกรุงออตตาว่า (Ottawa City )
ซึ่งจะห่างจากเมืองโตรอนโต้ ที่เมรี่อยู่ ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4-5 ชั่วโมง
• ส่วนมณรัฐ Quebec (คิวเบก) มีขนาดพื้นที่ใหญ่ที่สุดในบรรดามณรัฐทั้งหมด
และจะเป็นมณรัฐที่ล้อมรอบไปด้วยน้ำเกือบทั้งหมด
ประชากรส่วนใหญ่มีเชื้อสายฝรั่งเศส มีเมืองหลวงคือ เมืองคิวเบกซิตี้
• มณรัฐ Alberta เป็นมณรัฐที่มีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติมาก
เป็นมณรัฐที่เติบโตเร็วมาก และเป็นแนวของเทือกเขาร๊อกกี้
ที่ขนาดใหญ่มากและมีอุทยานแห่งชาติที่มีพื้นที่มาก
พร้อมๆกับ วิวทิวทัศน์ที่เป็นธรรมชาติ และมีสัตว์ป่าต่างๆ
มีเมืองหลวงคือ เมืองแอดมันตัน
• มณรัฐ British Columbia เป็นมณรัฐ ที่ติดกับ มหาสมุทรแปซิฟิก
ซึ่งมีกระแสน้ำอุ่น ทำให้มณรัฐนี้ ไม่หนาวมาก อบอุ่น มีธรรมชาติหลากหลาย
เพราะฝั่งหนึ่งติดกับเทือกเขาร๊อกกี้และเป็นเมืองท่า และเป็นเมืองที่
เป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ มีเมืองหลวง คือ เมือง วิกตอเรีย

แล้วฉันก็ได้รับข่าวดีจากลูกชาย เจ้าหน้าที่สถานทูตบอกว่า เรียบร้อยค่ะ
แล้วยื่นเอกสารให้ ตื่นเต้นและดีใจ ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เดินทาง แต่เวลา
มันกระชั้นชิดแล้ว เพราะการใช้แบบฟอร็มที่ไม่ถูกต้อง จากนั้นฉันก็เริ่มมาพิจารณา
ใบจองตั๋วเครื่องบิน ที่คุณเจฟ จองไว้ให้
จากสุวรรณภูมิ ถึง บอมเบย์ 4 ชั่วโมง 15 นาที พัก 2 ชั่วโมง
จากบอมเบย์ ถึง ลอนดอน 9 ชั่วโมง 30 นาที พัก 6 ชั่วโมง
จากลอนดอน ถึง ออตตาวา 7 ชั่วโมง 35 นาที



วันแรกของการเดินทางก็มาถึง ฉันเดินทางเข้ากรุงเทพกับลูกชายและน้องชาย
ลูกชายอยากมาพักผ่อนเที่ยวที่กรุงเทพด้วย คุณเจฟจองโรงแรมใจกลางเมืองกรุงเทพ
เอาไว้ให้พัก Novotel Bangkok Fenix Ploenchit ห้องทีมี 2เตียง
ครั้งแรกลูกชายบอกว่าติดเรียน พอบอกว่ามีที่พักสบายๆ และจะได้เที่ยวกรุงเทพ
ยามราตรี ตัดใจ ลาอาจารย์ที่มหาวิทยาลัย มาส่งแม่ด้วยอีกคน
ไปเที่ยวรอบโลก ตรงไหนที่มี internet ฉันก็จะได้ติดต่อลูกชายทั้งสามคน
และติดต่อธุรกิจได้ง่ายๆ จึงต้องแบก notebook ติดตัวตลอด
แต่ไม่ได้ใช้เลย

1/09/2011

นิวยอร์คซิตี้ NEW YORK CITY USA.

จากที่เคยฝันไว้ว่าจะไปเที่ยวที่อเมริกา นิวยอร์คซิตี้
อ่านและศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยว แล้วฉันจะได้ไปที่ไหนบ้างหนอ
นิวยอร์กมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในเกาะแมนแฮตตัน
นักท่องเที่ยวมักจะแวะตามที่สถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงได้แก่ ตึกเอมไพร์เสตต ตึกไครสเลอร์
ไทม์สแควร์ เทพีเสรีภาพ วอลล์สตรีต สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ โบสถ์เซนต์แพทริก
สะพานบรูคลิน เรือบรรทุกเครื่องบินอินทรีพิด เซ็นทรัลปาร์ค

ฉันไปแบบส่วนตัวมาก แค่ 2 คน ด้วยรถ Motor home คันเล็ก
จาก เมือง Ottawa Canada ตามเส้นทางมุ่งสู่ New York City
ดินแดนแห่งความใฝ่ฝัน ปรารถณาที่จะได้ท่องเที่ยว
และแล้ว ฉันก้ได้มาจริงๆ


เมืองที่เราเดินทางผ่าน
ผ่านถนนรอบนอก เลยไม่ได้อ่านชื่อว่าเมืองอะไร
แต่ก็ไกล้เมือง ที่เราจะตั้ง camp จอดพักรถ Motor home

ถึงแล้ว เมือง New Jersey ตรงนี้เป็นท่าเรือ ของเมืองนี้
มีที่จอดพักรถ Motor home และเป็นที่เช่าจอดรถ จอดเรือของคนที่ต้องการข้ามฝาก
ไปทำงานในตัวเมือง New York

ตะวันตกดิน พอดี จับภาพได้ทันท่วงที
ถึงที่พักจอดรถ ก็มีแต่แสงไฟ มีรถMotor home คันใหญ่ๆ เท่ารถบัสจอดเต็มไปหมด
Motor home ของเรา คันเล็กนิดเดียว

เช้าวันใหม่ สดใสดีมาก อากาศเย็นสำหรับฉัน คนอื่นรู้สึกธรรมดา

ทิวทัศน์ด้านหลังเป็น New York City เรานั่งรถไฟ จาก เมือง New Jersey
คิดว่าพวกเราลอดผ่านใต้ทะเล มาแล้ว ปรากฏว่าออกมาจากสถานีรถไฟ
โผล่ขึ้นมา ยังเป็นท่าเรือในเมือง New Jersey แต่เป็นคนละฝั่งกัน
ถือโอกาสเก็บภาพ สวยๆ เอาไว้

นี่ก็ท่าเรือ ในเมือง New Jersey ไก๊ด์นำเที่ยว แอ๊คท่าเก็บภาพ
มาเที่ยวครั้งแรกเหมือนกับลูกทัวร์

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ฉันมาขึ้นตรงนี้ world tread Center ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก
ตรงนี้แหละ ได้มาเห็นแล้ว แต่เห็นเพียงภาพที่อยู่บนรั้วที่กั้นบริเวณที่กำลังก่อสร้างใหม่

นักท่องเที่ยวมากมาย ไก๊ด์นำทาง กางแผนที่ฉบับใหญ่ ตลอดเวลาด้านหลังภาพที่เห็นฉากกั้น
คือบริเวณที่ ผู้ก่อการขับเครื่องบินพรุ่งชน เมื่อ 11 กันยายน กำลังก่อสร้างตึกใหม่
เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 หรือ 9/11
เป็นชุดการโจมตีพลีชีพที่ประสานกันสี่ครั้งต่อสหรัฐอเมริกา ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี.
เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 เช้าวันนั้น ผู้ก่อการร้าย 19 คนจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอัลกออิดะฮ์
จี้อากาศยานโดยสารสี่ลำ โจรจี้เครื่องบินนั้นนำเครื่องบินทั้งสองพุ่งชนกับตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ในนครนิวยอร์กโดยเจตนา และอาคารทั้งสองถล่มลงภายในสองชั่วโมง โจรจี้เครื่องบินชนเครื่องบิน
ลำที่สามกับอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่สี่ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์
เที่ยวบินที่ 93 ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจะถึงเป้าหมายที่โจรจี้เครื่องบิน
ต้องการพุ่งชนอาคารรัฐสภาสหรัฐ ในวอชิงตัน ดี.ซี. หลังผู้โดยสารพยายามยึดเครื่องกลับคืน
มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน ในเหตุโจมตีดังกล่าว และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินทั้งสี่ลำ



นครนิวยอร์ก หรือที่นิยมเรียกกันว่า นิวยอร์กซิตี (อังกฤษ: New York City; NYC)
เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่เจริญที่สุดในโลก เป็นมหานครเอกของโลก
จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม บันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก
เป็นเมืองที่มี ตึกระฟ้า ตึกสูงมากที่สุดในโลก ตลอดระยะเวลา 150 ปี
และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ อีกด้วย

Chaina town ในNew York City มาวันนี้ ครอบครัวเชื้อสายจีน ซึ่งมีรายได้น้อยกลับพอใจ
ที่จะย้ายไปอาศัยในเขตรอบนอกของเมือง ได้แก่ ย่านฟลัชชิ่งในเขตควีนส์ หรือย่านซันเซ็ตพาร์ก
ในเขตบรูกลินมากกว่าการอาศัยอยู่ในไชน่าทาวน์กลางมหานครนิวยอร์ก
ชุมชนจีนใหม่เหล่านี้โดยทั่วไปจะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ให้ผู้ที่อยู่ไกลออกไปหลายไมล์
ได้มาพบปะสังสรรค์ตามประสาคนวัฒนธรรมเดียวกันในร้านเสริมสวยบ้าง ที่ภัตตาคารติ่มซำบ้าง
หรือที่ซูเปอร์มาร์เกตของชาวเอเชีย

“ไชน่าทาวน์อาจเปลี่ยนจากแหล่งพักพิงอันปลอดภัยของผู้อพยพชาวเอเชียมาเป็นแหล่งตอบสนอง
รสนิยมลองลิ้มชิมรสชาติอาหารต่างวัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่ไม่มีวันจบสิ้นสำหรับอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ไชน่าทาวน์ในเมืองก็ยังคงรักษาบทบาทเป็นแหล่งพักพิงสำหรับผู้อพยพหน้าใหม่
ที่มีการศึกษา หรือทักษะฝีมือน้อย อีกทั้งยังคงเป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ที่แทบไม่รู้ภาษาอังกฤษ
และไปไหนไม่ได้


ทุกภาพเป็นฝีมือเก็บภาพของฉันเอง กล้องเล็กๆ แต่เก็บความทรงจำได้มากมาย


อีกมุมหนึ่ง เรือที่เราขึ้นไปเที่ยว เป็นของรัฐ ฟรี แต่ที่เห็นในภาพเป็นของเอกชน
ผู้คนหลากหลายไม่รู้มาจากไหน


ตึกที่เห็นอยู่ในตัวเมือง New Jersey ที่ฉันจอดรถMotor home พักค้างคืน


สวนสาธารณะตรงนี้ สมัยก่อนเป็นค่ายทหารที่ประจำการในสมัยสงครามโลก
มีรายชื่อทหารเรือ จารึกบนแผ่นหินปูนขนาดใหญ่หลายพันชื่อ


Followers