5/21/2010

White mountain national Forest


ฉันและเพื่อนขับรถไปเรื่อยๆ ต้องการเห็นความเปลี่ยนแปลงของ Location จนกระทั่งถึง New Hampshire เดือนเมษายนเริ่มต้นของฤดูกาล Spring แต่บริเวณส่วนนี้ของ New Hampshire ยังมีหิมะเบาบ้างหนักบ้าง เมื่อเช้านี้ที่โรงแรมที่พัก ใน Vermont ก็มีหิมะเบาๆ โปรยปรายคล้ายปุยนุ่นดูอยู่ด้านในห้องพักที่อบอุ่น แต่ข้างนอกเย็นจัดและชื้นไปด้วยน้ำจากหิมะโปรยมาเบาๆ เมื่อมาถึง White mountain national forestมีหิมะปกคลุมบ้าน ต้นไม้ ถนนหนทาง เมื่อคืนนี้มีหิมะตกหนักที่นี่


The White Mountain National Forest (WMNF) is a forest contained within the White Mountains in the northeastern United States. It was initially established in 1918. It has a total area of 784,505 acres (1,225 sq mi, or 3,175 km²). Most of the WMNF is in New Hampshire; a small part (about 5.65% of the forest) is in the neighboring state of Maine.[1] While often casually referred to as a park, this is a National Forest, used not only for hiking, camping, and skiing, but for logging and other limited commercial purposes. The WMNF is the only National Forest located in either New Hampshire or Maine. Most of the major peaks over 4,000 feet high for peak-bagging in New Hampshire are located in the National Forest. Over 100 miles (160 km) of the Appalachian Trail traverses the White Mountain National Forest. In descending order of land area the forest lies in parts of Grafton, Coos, Carroll, and Oxford counties. (Oxford County is the only one that is in Maine.)



ฉันต้องการบันทึกภาพส่วนตัวที่ได้มีโอกาสสัมผัสกับหิมะจริงๆ ได้เพิ่มประสบการณ์ชีวิตมีความทรงจำที่ดีมากมายหลากหลายในครั้งนี้ แต่ไม่ค่อยได้ลงจากรถเพราะลมเย็นจัดและมีหิมะเบาๆ คนในพื้นที่ที่พาเที่ยวไม่มีปัญหา เสื้อกันหนาวก็ไม่ใส่ เขาบอกว่า ช่วง Winter หิมะสูง 2-3 ฟุต บนถนน บางวันรถวิ่งไม่ได้


ภูเขาที่ใช้เล่นสกี เพื่อนจอดรถและอธิบายว่าเขาเล่นกันอย่างไร ช่วงนี้ไม่มีคนเล่นเพราะหิมะไม่มาก บริเวณที่ใช้เล่นสกีหิมะจากภูเขาลงมาเขาก็จะทำเป็นพิเศษ เพื่อความสนุกสนานและปลอดภัย อีกทั้งมีกระเช้าและลวดสลิง รับส่งนักเล่นสกี และนักท่องเที่ยวไปที่ยอดเขาด้วย

โรงแรมนี้ เห็นไกลๆ ฉันอยู่บนถนนขับรถผ่านไป นักท่องเที่ยวที่จะมาเล่นสกี มาดูหิมะ มาท่องเที่ยวในหน้าหนาว เขาจะมาพักที่นี่ เพราะให้บรรยากาศดีมาก โรงแรมใหญ่พื้นที่กว้างขวาง ปกคลุมด้วยหิมะหนาแน่นและอยู่ใกล้เคียงของสถานที่เล่นสกีมากมาย



จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อ ไปเรื่อยๆ อากาศเริ่มสดใส บ้านเรือนไม่มีหิมะ แต่ป่าไม้ริมทางยังไม่ผลิใบ คลองน้ำริมถนนยังมีน้าไหลแรงจากหิมะละลาย และน้ำเย็นจัด

5/20/2010

St. Johnsbury in vermont

เวอร็มอนต์ (vermont) เป็นมลรัฐหนึ่งในเขตมณฑลนิวอิงแลนด์ ตั้งอยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของสหรัฐอเมริกา โดยทางตอนใต้มีพรมแดนติดกับรัฐแมสซาชูเซตส์ ทางตะวันตกติดกับรัฐนิวยอร์ก ทางตะวันออกติดกับรัฐนิวแฮมเชอร์ ทางเหนือติดกับควีเบคของแคนาดา VERMONT มีชื่อเสียงในด้านวิวทิวทัศน์ที่สวยงามและเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญแห่งหนึ่งรวมถึง Ski Resort หลายแห่งด้วยลักษณะทางภูมิศาสตร์เป็นพื้นที่ภูเขา สถานที่ขึ้นชื่อ คือ GREEN MOUNTAIN WHITE MOUNTAIN และ LAKE CHAMPLAIN ทางตะวันตกเฉียงเหนือ และยังมีชื่อเสียงในด้านการผลิตภัณฑ์จากวัวและน้ำเชื่อม Maple Syrub เมืองหลวงของรัฐคือ MONTPELIER และเมืองที่ใหญ่ที่สุดคือ BERLINGTON

ที่พัก Comfort Inn & Suites ใช้เวลาขับรถจาก OTTAWA ถึง St JOHNSBURY ในมลรัฐ VERMONT เป็นเวลา 6 ชั่วโมง

WELCOME TO St JOHNSBURY



Maple syrup is one of the many wonders of the world. This viscous amber liquid with its characteristic earthy sweet taste is made from the sap of the sugar, black or red maple tree. The process of creating maple syrup begins with tapping (piercing) the tree, which allows the sap to run out freely. The sap is clear and almost tasteless and very low in sugar content when it is first tapped. It is then boiled to evaporate the water producing syrup with the characteristic flavor and color of maple syrup and sugar content of 60%.

มีความตั้งใจจะเข้าไปเยี่ยมชมโรงงานที่ผลิต Maple Syrub ที่เมือง St. Johnbury แต่บังเอิญวันที่ไปถึงโรงงานปิด เลยได้เพียงบันทึกภาพที่หน้าโรงงาน ขณะนั้นเป็นเวลาประมาณ 10am. ตอนเช้าอุณหภูมิ 5C วิ่งลงจากรถไปเก็บภาพแห่งความทรงจำไว้ ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาที่นี่อีกไหม เพราะ USA. และ Canada กว้างใหญ่ไพศาล ฉันคงท่องเที่ยวไปเรื่อยๆ
St. Johnsbury (often known locally as St. Jay)[1] is the shire town[4] (county seat)[5] of Caledonia County, Vermont, United States. The population was 7,571 at the 2000 census. St. Johnsbury is located approximately 10 miles northwest of the Connecticut River and 40 miles south of the Canadian border

In the mid-1800s, St. Johnsbury became a minor manufacturing center, with the main products being scales — the platform scale was invented there by Thaddeus Fairbanks in 1830 — and maple syrup and related products. With the coming of the railroad line from Boston to Montreal in the 1850s, St. Johnsbury grew quickly and was named the shire town (county seat) in 1856, replacing Danville. The oldest occupied residence in St. Johnsbury was built in 1801 and is located on Clarks Avenue.

ป้าย ยินดีต้อนรับนักท่องเที่ยว อยู่ติดกับโรงงานผลิต Maple Syrub
เพื่อนต้องการให้เห็นหิมะ จริงๆ ไม่ใช่แค่ในรูปภาพ หรือในทีวี เช้านี้มีหิมะเบาๆ คล้ายปุยนุ่น จึงพาฉันเข้าไปเที่ยวในเมืองอื่น ซึ่งคาดว่าจะมีหิมะตกเมื่อคืนนี้ เราเลยเก็บภาพ ของเมือง St. Johnsbury ยามเช้าก่อนที่จะออกจากตัวเมืองเล็ก ๆ เมืองนี้
ภาพทิวทัศน์ อาคารบ้านเรือนในเมืองนี้ แม้จะดูธรรมดาในสายตาของคนที่นี่ แต่ว่าเป็นสิ่งแปลกใหม่และสวยงามในสายตาฉัน นักท่องเที่ยวจากประเทศในโซนเอเซีย ที่มีชีวิตอยู่กับภูมิอากาศที่ร้อนชื้น

5/17/2010

Shopping in Watertown USA.



ฉันและเพื่อนออกเดินทางเมื่อเวลาบ่าย 4pm.ซึ่งตรงกับเวลาในเมืองไทย
3 am.( ตึ 3 ซึ่งเป็นเวลานอนที่หลับสนิท )ไปเมือง Watertown
ชายแดนของ USA. ด้วยถนนที่เชื่อมต่อกันระหว่างสองประเทศ
Canada - America



Watertown is 30 minutes south of the canadain border on interstate 81. เส้นทางขับรถจาก Kingston Ontario ถึง Watertown Newyork ระยะทาง 103 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางโดยรถยนต์
1ชั่วโมง 15 นาที

ป่าไม้ไร้ใบ ริมทางที่ขับรถผ่าน


สะพานข้ามแดนระหว่าง Canada - America ก่อนถึงด่านตรวจคนเข้าเมือง


มาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของ USA. ไม่ได้ถ่ายรูปไว้ เพราะตื่นเต้นเนื่องจากเป็นการเข้าประเทศ America ครั้งแรก ต้องถูกสัมภาษณ์อีกครั้งที่ immigration ว่าจะให้เราเข้า-ออก America ได้นานกี่เดือน วีซ่าที่ฉันได้จากสถานทูตอเมริกา
ในประเทศไทย 10 ปี นั้นหมายถึง ฉันไม่ต้องเข้าไปขอวีซ่าอเมริกา ที่สถานทูตอีกในช่วงระยะเวลา 10 ปีนี้ แต่ว่าในแต่ละครั้งที่จะเข้าไปเที่ยว USA.ต้องขออนญาตเข้าเมืองทุกครั้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจาก Computer ได้ว่าแต่ละช่วงเวลาให้เราเข้าออกได้กี่เดือน เมื่อครบกำหนดก็คงถูกสัมภาษณ์ใหม่ อนุญาตใหม่
ฉันได้รับการสัมภาษณ์จากเจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจคนเข้าเมือง เป็นทหารอเมริกันตัวใหญ่ท่าทางใจดี ยิ้มให้ฉันด้วย ถามฉันโดยตรงไม่กี่ประโยค เช่น How are You ? , Are the first time you come to USA.? , Do you have family here ? , When you back to Canada ? , When you back to THailand ?
ฉันก็ตอบคำถามสั้นๆ แต่สบตาเจ้าหน้าที่อย่างมั่นใจว่าฉันตอบคำถามตามความเป็นจริง Jeff ช่วยเสริมคำตอบยาวเพิ่่มเติม
และก็คุยกับเจ้าหน้าที่ถึงรายละเอียดการเดินทางของฉัน แล้วเขาก็ ป้อนข้อมูลใน C0mputer และ Scan นิ้วมือทั้งสองข้าง เหมือนกับตอนที่ขอ วีซ่า ในประเทศไทย


Holiday Inn Express ที่พักก่อนที่เราจะไป shopping เพียงแค่ยามเย็นยังไม่มืดค่ำ แต่ลมหนาวพัดผ่านแรงและหนักหน่วง คนในพื้นที่ก็ใส่เสื้อกันหนาวกันทุกคน เขาบอกว่าไม่หนาวเท่าไร แต่ฉันหนาวมาก กอดอกตลอดเวลา แต่ข่าวว่าที่เมืองไทยตอนนี้ 40C ฉันไม่ได้ไปเที่ยวที่ไหน ดูภูมิประเทศรอบๆบริเวณนี้ เพียงหาประสบการณ์ในการผ่านเข้าเประเทศอเมริกาครั้งแรกเท่านั้นและอยากเรียนถามเจ้าหน้าที่ว่าเข้าไปเที่ยวได้กี่ครั้ง เพราะตั้งใจไว้ว่าจะไปเที่ยวที่รัฐอื่นๆ ในอเมริกาอีกหลายๆครั้ง จนกว่าจะกลับเมืองไทย


Rataurant ติดกับที่พัก Holiday Inn เรารับประทานอาหารเย็นที่ร้านนี้ แล้วพักผ่อน ตื่นเช้ารับประทานอาหารเช้าในโรงแรม เตรียมตัวเที่ยวและ Shopping ต่อไป


ร้านกาแฟยี่ห้อ Starbucks กาแฟยอดนิยมของนักเดินทางที่นี่

ผลปรากฏว่า เขาให้ฉันเข้าออกประเทศอเมริกาได้ตลอดเวลาภายใน ุ 6 เดือน นับตั้งแต่วันนี้ ( Multiple )ถึงวันที่ 3 ตุลาคม 2010 ฉันจึงรู้ว่าการได้วีซ่าที่ประเทศไทย 10 ปีจากเมืองไทย หมายถึงฉันได้รับอนุญาตให้มาขอกำหนดเวลาที่จะมาเที่ยวหรืออยู่ในอเมริกาที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองอีกครั้ง ว่าจะอยู่ได้นานเท่าไร เข้าออกได้ครั้งเดียวหรือหลายครั้ง แล้วเจ้าหน้าที่ก็คลิบกระดาษเล็กๆที่มีข้อมูลของฉันติดกับ passport


Walmart Supermarket ใน Watertown USA. และมี Supermarket อื่นๆที่อยู่ไกล้เคียง ค่อนข้างเยอะ


ใน Supermarket ฉันสนใจ เครื่องกลไกที่อยูด้านหลังยืนพิจารณาอยู่นาน ไม่รู้เขาเรียกว่าอะไร และฉันได้ Shopping ซื้อเสื้อผ้าสำหรับใส่ที่นี่ และเสื้อผ้าสำหรับออกกำลังกาย ณ สถานที่ออกกำลังกายของเอกชน ซึ่งฉันได้ซื้อ Paceket ออกกำลังกายไว้ 1 เดือน จะเล่าเรื่องออกกำลังกายอีกครั้งในโอกาสต่อไป


รับประทานอาหารเที่ยงเมื่อบ่ายมากแล้ว หิวมากแต่ก็ทานได้นิดเดียว ถึงจะเป็นข้าวราดผัดหมู มันก็ไม่ใช่รสชาดเหมือนที่เคยกิน แต่ก็ไม่มีปัญหา เพราะฉันสนุกและตื่นเต้นกับการได้ท่องเที่ยวในโลกกว้างที่ไม่เคยคิดฝันว่าจะได้มาจริงๆ


ตกเย็น จะต้องกลับเข้าประเทศ Canada แต่เป็นคนละเส้นทางกับขามา เพื่อนอยากให้ฉันเห็นสถานที่ใหม่ๆ เท่าที่จะพาไปได้
แต่น้ำมันรถหมด จำเป็นต้องเติมก่อน เจ้าของรถบริการตัวเอง ไม่มีเด็กเติมน้ำมันเหมือนประเทศไทย เดินทางต่อ ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง ของประเทศ Canada เจ้าหน้าที่ถามนิดหน่อย แล้วบันทึกข้อมูลไว้ มีสุนัขตำรวจมาดมกลิ่นที่หลังรถด้วย คงหาสิ่งผิดปกติ



ไม่มีอะไร จึงเดินทางต่อมาถึง Ottawa เกือบค่ำจำเป็นต้องแวะซื้ออาหารกักตุน Jeff จึงพาแวะ Chinese Supermarket เพราะฉันอยากซื้อน้ำปลา และข้าวสารเจ้า และ มามา เหนื่อยมาก ขอพักก่อน แล้วจะเล่าเรื่องใหม่ ติดตามนะคะ

5/16/2010

บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง(Jeff's house)


นี่คือบ้านพักของฉันใน Ottawa Canada เจ้าของบ้านซึ่งเป็นเพื่อนของฉันชื่อ JEFF แบ่งทำเป็น Apartments ได้ 3 ชุด ข้างบน 2 ชุด ข้างล่างใต้ดิน 1 ชุด หน้าต่างของห้องชั้นล่างใต้ดินจะอยู่เหนือพื้นดิน ตามภาพด้านล่าง รับแสงแดดและลมได้ ส่วนมากรับแสงแดดเท่านั้นเพราะลมมันเย็น แต่ละชุดจะมีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องน้ำ


ติดตามมาชมภายในบ้าน JEFF อนุญาตให้ฉันพาคุณเข้ามาชม เผื่อว่าคุณอยากจะเช่าบ้านหลังนี้เมื่อคุณมาเที่ยวที่ Ottawa ช่วงเวลาที่ฉันมาเที่ยวนั้น ห้องว่างพอดี ฉันจึงได้เข้าพักที่นี่ อยู่ไกล้ Walmart Supermarket เดินไป 5 นาทีก็ถึง จับจ่ายซื้อสินค้าได้ทุกวัน





ห้องครัวพร้อมด้วยอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ยังมีอาหารสดเต็มตู้เย็น ที่นี่นิยมซื้ออาหารมาเก็บกักตุนไว้เยอะๆ เพราะบางครั้งหิมะตกหนัก ไม่สดวกในการออกไปข้างนอก ที่จริงแล้วเพื่อนของฉันซื้ออาหารมาเก็บไว้ให้ฉันทำกินเอง เพราะมาใหม่ไปไหนไม่เป็นไม่รู้จักสถานที่




ห้องนอน ผ้าห่มมีสีสดใส และอบอุ่น พื้นด้านล่างมีพรมสีแดงเช่นกัน มองดูแล้วไม่ร้อนเหมือนโทนของสี รู้สึกอบอุ่นมากกว่าอยู่่บริเวณอื่นๆ ในบ้าน แต่มีกิจกรรมบริเวณอื่นมากกว่า จึงได้ความอบอุ่นจากตรงนี้เมื่อเวลานอนหลับเท่านั้น


ห้องนั่งเล่น มีทีวีจอใหญ่และโซฟานุ่มๆสำหรับพักผ่อน ดูหนัง ดูข่าวได้ทั่วโลก ฉันได้รับข่าวสารที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกวัน ไม่ได้พลาดข่าวเลยละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากศร้อนอบอ้าวถึง 40C และเรื่องของเสื้อสีต่างๆกับรัฐบาลไทย ฉันได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากทีวี ฟังสำเนียงการพูด ภาษาที่ใช้ในประจำวันและความสนใจของสังคมที่นี่ ฉันใช้เวลาในห้องนี้ รีดผ้า เก็บเสื้อผ้า บางครั้งกินข้าวไปดูทีวีไปด้วย



ห้องน้ำ สะอาด สวย มีห้องเล็กๆ กั้นด้วยกระจก สำหรับอาบน้ำอุ่นจากฟักบัว น้ำจึงไม่เลอะเทอะออกมาข้างนอก ด้านบนมี เครื่องทำความร้อนเมื่อต้องการความอบอุ่นเพิ่มจากปกติในเวลาที่ทำกิจกรรมในนี้ มีกระจกบานใหญ่ติดเต็มผนัง


ฉันตั้งใจจะสร้าง Apartments ที่ Roi et Thailand บางทีฉันจะให้มีห้องครัวและห้องน้ำแบบบ้านหลังนี้ ฉันชอบมาก ระบบน้ำประปาสะอาดใช้ดื่มได้ น้ำไหลแรงดีมาก อากศหนาวเย็นจัดแต่มีความสุขเวลาอาบน้ำอุ่น


มีห้องข้างนอกที่เป็นส่วนรวมของ Apartments ตั้งเครื่องทำความร้อนขนาดกลาง เพื่อทำความอบอุ่นและแจกจ่ายให้กับทุกห้องใน Apartments ทุกชุดที่อยู่ในบ้าน


เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าแห้งขนาดใหญ่ ที่นี่ไม่มีราวตากผ้า ทั้งสามครอบครัวใช้เครื่องซักผ้าชุดนี้ด้วยกัน เป็นบริการจากเจ้าของApartments ฉันชอบเพราะไม่ต้องตากผ้าเหมือนอยู่ที่บ้านในประเทศไทย


บ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านที่ฉันพักอยู่ กิ่งไม้ ต้นไม้ยังไม่มีใบไม้ ฉันบันทึกไว้ เมื่อมาถึงที่นี่วันแรก อีกสามอาทิตย์ต่อมาจะมีสีเขียวชอุ่ม ดูสดใสขึ้น


เดือนเมษายนของที่นี่ใน Ottawa บางวันก็หนาว บางวันก็มีฝนตก บางวันก็มีหิมะเบาๆ โปรยปราย บางวันก็อบอุ่น ดังเช่นวันนี้ ฉันสุดแสนจะดีใจเพราะเห็นแสงแดด และอบอุ่น จึงออกมานั่งหน้าบ้านรับไออุ่นเป็นชั่วโมง


อีกมุมหนึ่งของบ้านพัก ที่ฉันได้พักอาศัยเป็นเวลา 30วัน ฉันได้บันทึกภาพจากบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่เยื้องกัน ครงข้ามถนน ต้นไม้ผลิใบมีสีเขียวเต็มต้น ดอกไม้หน้าบ้านผลิดอก สนามหญ้าหน้าบ้านเขียวชอุ่ม


มีกระรอกสีดำตัวเล็กๆ วิ่งผ่านไปมา ข้ามถนนวิ่งขึ้นต้นไม้ วิ่งลง ไปบ้านนั้นมาบ้านนี้ ตลอดวัน


รถเมล์วิ่งผ่านหน้าบ้านพัก ถ้าไม่อยากใช้รถส่วนตัว ก็ไปทำงานด้วยรถเมล์ได้ ไม่แน่นขนัดเหมือนบ้านเรา มีที่นั่งตลอด และสามารถเข้าไปเที่ยวใน downtown Ottawa ถนนคนเดินในใจกลางเมือง


ในวันที่มีแสงแดด และอบอุ่น ดูสวยงามไปทุกที่ ดอกทิาลิป ของเพื่อนบ้านสดสวย มีเจ้านกหัวขวาน บินมาเจาะตอไม้หน้าบ้านอย่างมีความสุข อยากเก็บภาพไว้ แต่ได้แค่นี้เอง เกือบไม่ทันการ เจ้านกหัวขวานบินปร๋อไปแล้ว






เจ้าของบ้าน JEFF ผู้แสนจะใจดี ทำอาหารCanadain อย่างสุดฝีมือ ให้ เพื่อนจากเมืองไทยรับประทาน พร้อมทั้งมีเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มรสชาดของอาหาีร กินไปดูทีวีไป ในห้องนั่งเล่น สดวกสบายทุกอย่าง เหมือนเพลงเก่าๆที่เคยได้ยินมาก่อน "บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง ปลูกไว้สมใจ ทุกสิ่ง ......" ฉันรู้แล้วว่าสมใจทุกสิ่ง นั้นหมายถึงอย่างไร แล้วคุณล่ะ ปรารถณาสิ่งใด ได้สมใจ ปรารถณา ของคุณแล้วหรือยัง



Followers