1/09/2011

นิวยอร์คซิตี้ NEW YORK CITY USA.

จากที่เคยฝันไว้ว่าจะไปเที่ยวที่อเมริกา นิวยอร์คซิตี้
อ่านและศึกษาข้อมูลการท่องเที่ยว แล้วฉันจะได้ไปที่ไหนบ้างหนอ
นิวยอร์กมีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่จะตั้งอยู่ในเกาะแมนแฮตตัน
นักท่องเที่ยวมักจะแวะตามที่สถานที่เที่ยวที่มีชื่อเสียงได้แก่ ตึกเอมไพร์เสตต ตึกไครสเลอร์
ไทม์สแควร์ เทพีเสรีภาพ วอลล์สตรีต สำนักงานใหญ่สหประชาชาติ โบสถ์เซนต์แพทริก
สะพานบรูคลิน เรือบรรทุกเครื่องบินอินทรีพิด เซ็นทรัลปาร์ค

ฉันไปแบบส่วนตัวมาก แค่ 2 คน ด้วยรถ Motor home คันเล็ก
จาก เมือง Ottawa Canada ตามเส้นทางมุ่งสู่ New York City
ดินแดนแห่งความใฝ่ฝัน ปรารถณาที่จะได้ท่องเที่ยว
และแล้ว ฉันก้ได้มาจริงๆ


เมืองที่เราเดินทางผ่าน
ผ่านถนนรอบนอก เลยไม่ได้อ่านชื่อว่าเมืองอะไร
แต่ก็ไกล้เมือง ที่เราจะตั้ง camp จอดพักรถ Motor home

ถึงแล้ว เมือง New Jersey ตรงนี้เป็นท่าเรือ ของเมืองนี้
มีที่จอดพักรถ Motor home และเป็นที่เช่าจอดรถ จอดเรือของคนที่ต้องการข้ามฝาก
ไปทำงานในตัวเมือง New York

ตะวันตกดิน พอดี จับภาพได้ทันท่วงที
ถึงที่พักจอดรถ ก็มีแต่แสงไฟ มีรถMotor home คันใหญ่ๆ เท่ารถบัสจอดเต็มไปหมด
Motor home ของเรา คันเล็กนิดเดียว

เช้าวันใหม่ สดใสดีมาก อากาศเย็นสำหรับฉัน คนอื่นรู้สึกธรรมดา

ทิวทัศน์ด้านหลังเป็น New York City เรานั่งรถไฟ จาก เมือง New Jersey
คิดว่าพวกเราลอดผ่านใต้ทะเล มาแล้ว ปรากฏว่าออกมาจากสถานีรถไฟ
โผล่ขึ้นมา ยังเป็นท่าเรือในเมือง New Jersey แต่เป็นคนละฝั่งกัน
ถือโอกาสเก็บภาพ สวยๆ เอาไว้

นี่ก็ท่าเรือ ในเมือง New Jersey ไก๊ด์นำเที่ยว แอ๊คท่าเก็บภาพ
มาเที่ยวครั้งแรกเหมือนกับลูกทัวร์

สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน ฉันมาขึ้นตรงนี้ world tread Center ซึ่งเป็นที่รู้จักทั่วโลก
ตรงนี้แหละ ได้มาเห็นแล้ว แต่เห็นเพียงภาพที่อยู่บนรั้วที่กั้นบริเวณที่กำลังก่อสร้างใหม่

นักท่องเที่ยวมากมาย ไก๊ด์นำทาง กางแผนที่ฉบับใหญ่ ตลอดเวลาด้านหลังภาพที่เห็นฉากกั้น
คือบริเวณที่ ผู้ก่อการขับเครื่องบินพรุ่งชน เมื่อ 11 กันยายน กำลังก่อสร้างตึกใหม่
เหตุวินาศกรรม 11 กันยายน พ.ศ. 2544 หรือ 9/11
เป็นชุดการโจมตีพลีชีพที่ประสานกันสี่ครั้งต่อสหรัฐอเมริกา ในนครนิวยอร์กและพื้นที่วอชิงตัน ดี.ซี.
เมื่อวันที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2544 เช้าวันนั้น ผู้ก่อการร้าย 19 คนจากกลุ่มอิสลามหัวรุนแรงอัลกออิดะฮ์
จี้อากาศยานโดยสารสี่ลำ โจรจี้เครื่องบินนั้นนำเครื่องบินทั้งสองพุ่งชนกับตึกแฝดเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์
ในนครนิวยอร์กโดยเจตนา และอาคารทั้งสองถล่มลงภายในสองชั่วโมง โจรจี้เครื่องบินชนเครื่องบิน
ลำที่สามกับอาคารเพนตากอนในอาร์ลิงตัน รัฐเวอร์จิเนีย ส่วนเครื่องบินลำที่สี่ ยูไนเต็ดแอร์ไลน์
เที่ยวบินที่ 93 ตกในทุ่งใกล้กับแชงค์วิลล์ รัฐเพนซิลเวเนีย ก่อนจะถึงเป้าหมายที่โจรจี้เครื่องบิน
ต้องการพุ่งชนอาคารรัฐสภาสหรัฐ ในวอชิงตัน ดี.ซี. หลังผู้โดยสารพยายามยึดเครื่องกลับคืน
มีผู้เสียชีวิตเกือบ 3,000 คน ในเหตุโจมตีดังกล่าว และไม่มีผู้รอดชีวิตจากเครื่องบินทั้งสี่ลำ



นครนิวยอร์ก หรือที่นิยมเรียกกันว่า นิวยอร์กซิตี (อังกฤษ: New York City; NYC)
เป็นเมืองที่มีประชากรมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา เป็นเมืองที่เจริญที่สุดในโลก เป็นมหานครเอกของโลก
จัดได้ว่าเป็นศูนย์กลางทางเศรษฐกิจ การเงิน วัฒนธรรม บันเทิง ที่สำคัญที่สุดของโลก
เป็นเมืองที่มี ตึกระฟ้า ตึกสูงมากที่สุดในโลก ตลอดระยะเวลา 150 ปี
และยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติ อีกด้วย

Chaina town ในNew York City มาวันนี้ ครอบครัวเชื้อสายจีน ซึ่งมีรายได้น้อยกลับพอใจ
ที่จะย้ายไปอาศัยในเขตรอบนอกของเมือง ได้แก่ ย่านฟลัชชิ่งในเขตควีนส์ หรือย่านซันเซ็ตพาร์ก
ในเขตบรูกลินมากกว่าการอาศัยอยู่ในไชน่าทาวน์กลางมหานครนิวยอร์ก
ชุมชนจีนใหม่เหล่านี้โดยทั่วไปจะมีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่ให้ผู้ที่อยู่ไกลออกไปหลายไมล์
ได้มาพบปะสังสรรค์ตามประสาคนวัฒนธรรมเดียวกันในร้านเสริมสวยบ้าง ที่ภัตตาคารติ่มซำบ้าง
หรือที่ซูเปอร์มาร์เกตของชาวเอเชีย

“ไชน่าทาวน์อาจเปลี่ยนจากแหล่งพักพิงอันปลอดภัยของผู้อพยพชาวเอเชียมาเป็นแหล่งตอบสนอง
รสนิยมลองลิ้มชิมรสชาติอาหารต่างวัฒนธรรมใหม่ ๆ ที่ไม่มีวันจบสิ้นสำหรับอเมริกา

อย่างไรก็ตาม ไชน่าทาวน์ในเมืองก็ยังคงรักษาบทบาทเป็นแหล่งพักพิงสำหรับผู้อพยพหน้าใหม่
ที่มีการศึกษา หรือทักษะฝีมือน้อย อีกทั้งยังคงเป็นบ้านสำหรับผู้สูงอายุ ที่แทบไม่รู้ภาษาอังกฤษ
และไปไหนไม่ได้


ทุกภาพเป็นฝีมือเก็บภาพของฉันเอง กล้องเล็กๆ แต่เก็บความทรงจำได้มากมาย


อีกมุมหนึ่ง เรือที่เราขึ้นไปเที่ยว เป็นของรัฐ ฟรี แต่ที่เห็นในภาพเป็นของเอกชน
ผู้คนหลากหลายไม่รู้มาจากไหน


ตึกที่เห็นอยู่ในตัวเมือง New Jersey ที่ฉันจอดรถMotor home พักค้างคืน


สวนสาธารณะตรงนี้ สมัยก่อนเป็นค่ายทหารที่ประจำการในสมัยสงครามโลก
มีรายชื่อทหารเรือ จารึกบนแผ่นหินปูนขนาดใหญ่หลายพันชื่อ


1/01/2011

WATKINS GLEN STATE PARK


in western New York, in the village of Watkins Glen, at the southern top of Seneca Lake. Watkins Glen contains several small waterfalls, and is a really amazing place especially for those who like the sight and sound of rock and water.

ได้เวลาที่ฉันจะเริ่มออกท่องเที่ยวไปสู่ดินแดนแห่งความใฝ่ฝัน ในทุกๆที่ของทวีปอเมริกา
ด้วยรถ Motorhome คันเล็กส่วนตัว แวะพักตามทางกินกาแฟ อากาศกำลังดีสำหรับ
คนที่นี่ แต่ฉันรู้สึกเย็นจับใจ
ชายแดนระหว่าง Canada กับ USA.มีทิวทัศน์ที่สวยงาม
ต้นไม้หลากสีเพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ร่วง ที่บ้านเรา Thailand ต้นไม้จะเขียวตลอดปี


ภาพบรรยากาศในตัวเมือง ที่จริงแล้ว Watkins Glen เป็นเมืองที่สงบเงียบ
แต่จะวุ่นวายด้วยผู้คนต่างแดน ในเทศกาลท่องเที่ยวและการแข่งรถ

เรากำลังติดต่อตั้ง Camp พร้อมทั้งซื้อฟืนที่เขาเตรียมไว้ขายเป็นถุงๆ
ห้ามก่อไฟด้วยไม้ที่อยู่ในป่าแห่งนี้

มาถึงcamp ก็มืดสนิท ฉันไม่รู้ทิศไหน อยู่ทางไหน เห็นเพียงแสงไฟ เป็นจุดๆ
ตามตำแหน่งที่ตั้ง Camp แต่ว่าไก๊ด์ เขาชำนาญทาง รู้ดีไปหมด เราทำอาหารในรถ
กินแบบง่ายๆ อาบน้ำในรถ แบบประหยัดเพราะถังน้ำของรถเรา มันเล็กๆ อีกทั้งเราก็
ไม่อยากฝ่าลมหนาวไปยัง ห้องอาบน้ำรวม แล้วก็พักผ่อนหลับสบายด้วยความอบอุ่น
ตื่นเช้า เราก่อไฟผิง และดื่มกาแฟข้างกองไฟ

ออกกำลังกายด้วยการเต้น aerobic คนเดียว สร้างความอบอุ่นให้กับตัวเอง

คนอื่นๆที่มาตั้ง camp ก็ออกกำลังกายด้วยการเดินบ้าง วิ่งบ้างๆ
บางคนก็มีสุนัขตัวโปรดวิ่งไปด้วย
เด็กๆ ก็ปั่นจักรยาน รอบๆ ป่า

สายหน่อย เราก็มีเพื่อนมาร่วมรับประทานอาหารเช้า
คุณ BILL and TOOTIE สามีภรรยาผู้น่ารัก





มองเห็นม่านน้ำตก ช่วงที่ฉันมาเที่ยว น้ำน้อยไปหน่อย
แต่ก็ดูดี นักท่องเที่ยวก็เยอะ


ป่าบริเวณนี้ จะมองเห็นสะพานที่เชื่อมระหว่างยอดเขาสองลูก
แต่ฉัน ปีนเขาไปไม่ถึง เหนื่อยก่อน

ทิวทัศน์ ที่สวยงาม มองจากข้างบน รู้สึกหวาดเสียวนิดๆ
แต่สวยจริงๆ

เช้าวันใหม่ ก่อนจะเก็บค่าย ดื่มกาแฟข้างกองไฟ
มีรสชาด อร่อยมาก อบอุ่นท่ามกลางอากาศที่เย็นยะเยือก

ป่าไม้ข้างทางของฤดูใบไม้ร่วง ฉันคงหลับเมื่อตอนขามา
ขากลับอดจะเก็บภาพไม่ได้

อาหารกลางวัน ชื่ออะไรไม่ทราบแต่อร่อยดี
พร้อมกับช็อกโกเล็ตร้อนๆ อีกแก้ว

ยามเย็น ใกล้ค่ำแล้ว ทิวทัศน์ที่เห็น เป็นฟาร์มกลางทุ่ง
บรรยากาศ เหมือนจะเหงา แต่ฉันไม่เหงาเลยนะ สนุกดี

และแล้วเราก็มาถึงด่านตรวจคนเข้าเมืองของประเทศ Canada
กลับบ้านใน Ottawa ก่อนนะ อาทิตย์จะเข้ามาเที่ยวในรัฐนิวยอร์คอีกครั้ง

12/08/2010

Thankgiving at Maccreary's Beach



Maccreary's Beach has location in the Eastern Ontario
tourist Area about 56 km. from Ottawa.
ช่วงที่มาถึง ดึกไปหน่อย มืดสนิท มองหาที่พัก campsite motorhome
หาไม่เจอ ก็เลยเลือกหยุดที่ หมายเลข 14
แต่ก็มีคนมาตั้งCamp ก่อนเราหลายคน มองเห็น Motorhome หลายคัน

บรรยากาศรอบๆ Campsite ไม่หนาวมากนัก ในช่วงเวลากลางวันเพียงแต่มีลมพัดเย็นๆ
แต่ก็ต้องสวมเสื้อกันหนาวตัวใหญ่ๆ และนั่งผิงแดดกัน ส่วนตอนกลางคืนไม่ต้องพูดถึง
หนาวจับใจ ชอบนะ และดีใจที่ได้มาสัมผัสบรรยากาศที่นี่

ทะเลสาบมิสซิสซิบปี้ มีบางครอบครัวเช่าเรือออกไปตกปลา
ตรงชายฝั่งน้ำใสแจ๋วเย็นเฉียบ มองเห็นปลาตัวเล็กว่ายไปมาและต้นไม้ใต้น้ำดูสวยดี

Resortชั้นเดียว ซึ่งเป็นที่พักของญาติผู้ใหญ่ และเป็นที่ร่วมกันรับประทานอาหาร
ในการฉลอง Thankgiving's day อีกทั้งนั่งรอบกองไฟในช่วงกลางคืน

ส่วน Resort สองชั้นชุดนี้ สำหรับครอบครัวของ พี่สาวของ Jeff
Gail's family อยู่ชั้นบน Andy's family อยู่ชั้นล่าง
เตรียมอาหารมาทำที่นี่หลายอย่าง

ห้องครัวใน Resort มีอุปกรณ์ครบ พร้อมสำหรับการประกอบอาหารของ
ผู้มาพักผ่อนและนักท่องเที่ยว

นี่คือที่พักของฉัน ในรถ motorhome

พวกเราช่วยกันทำอาหาร แล้วถือไปรวมกันรับประทานที่ Resortชั้นเดียว
ที่มีญาติผู้ใหญ่อยู่ด้วยกัน หลายคน แม้แต่เจฟ ก็ยังปรุงอาหารไปเช่นกัน
เจฟ ทำแกงเขียวหวาน ปลา ใส่ในหม้อสตู และหูงข้าวเจ้า ถือไปด้วย
ฝีมือเจฟ อร่อยมาก

นี่เป็นสัญญลักษณ์ ของวัน Thankgiving's day เป็นการขอบคุณพระเจ้า
ที่ทำให้ได้ผลผลิตจากการเก็บเกี่ยว

ระหว่างที่รอเวลารับประทานอาหาร ญาติของเจฟจากประเทศอังกฤษ
คุณPETE และคุณ KAREN สามีภรรยาผู้น่ารัก ก็เขียน บัตรอวยพร
วันคริสมาสต์ มอบให้กับทุกๆคน

ความวุ่นวายในห้องครัว สามพี่น้องช่วยกันปรุงอาหาร

ญาติผู้ใหญ่ PATคือคุณแม่ของเจฟ คุณอาฝาแฝดซึ่งเป็นน้องสาวของ Mom PAT
ชื่อ aunt Kay และ aunt dot ท่านเดินทางมาจากประเทศอังกฤษพร้อมลูกสาว








11/23/2010

บินลัดฟ้าตามหาฝัน 2


มีสมาชิกในครอบครัว มาส่งที่สนามบินสุวรรณภูมิ จิรวัฒน์-นราภรณ์ ลูกชายโตมร
ลูกชายวัชชกร แต่ลูกชายปวัฒน์ ติดสอบ มาส่งแม่ไม่ได้




6 ตุลาคม

ออกเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูิมิ 8.55 pm. โดย Jet Airways 67
ถึง Mombai(BOM)เป็นเวลาท้องถิ่น 11.40 pm. ใช้เวลาเดินทาง 4 ชั่วโมง
15 นาที และพักผ่อนในสนามบิน BOM 2 ชั่วโมง

มาถึงที่นี่ดึกเกินไป ไม่ได้เก็บภาพเลย ตาก็คอยแต่จะหลับตลอดเวลา 2 ชั่วโมง
แป๊บเดียว เพราะเช็คนั่น เช็คนี่ตลอดเวลา อีกทั้ง นั่งรถบัสไปขาออกด้วย
อยู่คนละที่กัน เผลองีบไปนิดหน่อย ก็ถึงเวลาต่อแถว เพื่อขึ้นเครื่องไป LONDON

ออกจาก BUMBAI เวลา 1.45 am. วันที่ 7 ตุลาคม โดย Jet Airways 120
ผู้โดยสารส่วนมากเป็นชาวอินเดีย ชาวตะวันออกกลาง ชาวยุโรปมีนิดหน่อย
คนไทยมีนิดหน่อย แต่ไม่แน่ใจ เพราะไม่มีใครพูดภาษาไทยกับฉัน

แต่มีสาวไทยคนหนึ่ง อายุประมาณ 25ปี หน้าตาสะสวย เดินเข้ามาทักทายฉัน
เธอคงแน่ใจว่าฉันเป็นคนไทยแน่นอน บุคคลิกของฉัน เป็นหญิงไทยใจงามแน่เชียว
เธอบอกว่า เดินทางมาคนเดียวจะต่อ flight บินไปที่ทวีปแอฟริกาใต้
เมืองโจฮันเนสเบริก เป็นครั้งแรกของเธอที่เดินทางคนเดียวคุยกันนิดหน่อย
แล้วเราก็แยกทางกันไปที่ Gate ของแต่ละคน

ตอนที่เดินผ่าน Gate คนอื่นๆ ผ่านตลอด พอถึงฉัน กลับถามตั้งหลายคำถาม
อาศัยหน้าตาซื่อๆก็เลยผ่านขึ้นเครื่องมาได้ แต่ว่า เป็นเที่ยวบินที่ฉันเมาเครื่องบิน
เพราะว่าหลับตลอดเป็นเวลานานไม่ได้กินอะไรเลย ไม่มีใครปลุกกินอาหารที่เสริฟ
ตื่นขึ้นมาก็เป็นเวลาหลับของคนอื่น โอ้อนิจจา ฉันรู้สึกปวดหัว ท้องว่าง และอาเจียน
ดีนะวิ่งเข้าห้องน้ำทันท่วงที ไม่เช่นนั้นน่าดูเลยละ แอร์โฮสเตสคนสวยก็ใจดี ช่วยเหลือ
หายาให้กิน หาน้ำอุ่นๆให้ดื่ม 9ชั่วโมง 30นาที ใน flight นี้ ถึง LONDON(LHR)
เวลา6.45 am. เป็นเวลาในท้องถิ่น รู้สึกดีใจอย่างมากที่ถึงสนามบิน
จะได้พักจริงๆ บนพื้นดิน แม้จะไม่ได้ออกจากสนามบินก็ช่างเถอะ

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์


ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของเมืองฮิลลิงดอน ห่างจากตัวเมืองของกรุงลอนดอนประมาณ 24 กิโลเมตร (15 ไมล์) เป็นหนึ่งในสามของท่าอากาศยานที่อยู่ในเขตของกรุงลอนดอนและปริมณฑล อีกสองแห่งก็คือ ท่าอากาศยานลอนดอนซิตี้ และท่าอากาศยานลอนดอนบิ๊กกิงฮิลท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์

ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์มีทางวิ่งขนานกัน 2 ทางวิ่ง ตามแนวทิศตัวออกและทิศตะวันตก และ มีอาคารผู้โดยสาร 4 อาคาร โดยอาคารที่ 5 กำลังก่อสร้าง และยังมีแผนปรับปรุงอาคารผู้โดยสารฝั่งตะวันออกใหม่ รวมทั้งเพิ่มทางวิ่งอีกหนึ่งเส้นทางด้วย


ถึงสนามบิน เข้าห้องน้ำ ล้างหน้า ล้างตา รู้สึกดีขึ้น หาอาหารรับประทาน มองดูที่ตู้
อาหารเห็นอาหารกล่อง มีข้าวจ้าวด้วยและมีเนื้อไก่หมัก และมีผักวางอยู่ข้างบน
ตัดสินใจหยิบกล่องนี้แหละ แล้วเดินไปหยิบน้ำขวด สิ่งของทั้งหมดวางลง
บนถาด จ่ายเงินใบละ 20$ US.ได้เงินทอนมาส่วนหนึ่ง ไม่รู้เท่าไร หิวมากเลย

ฉันเดินดูสินค้า ที่มีอย่างหลากหลาย แต่ไม่กล้าซื้อ เทียบกับเงินบาทแล้วใจหาย
มากโขอยู่ ก็เลยขอชมเฉยๆ ก็ไม่มีใครว่านะเดินกลับไปกลับมาจนเหนื่อย นั่งพัก
และงีบหลับพักใหญ่ๆ ทำเช่นนี้ 2 - 3 รอบ และแล้วก็ครบ 6 ชั่วโมงที่รอคอย
ถึงเวลาต้องเดินไป Gate นั่งรอหน้า Gate มีชาวยุโรป เป็นส่วนมาก คงเดินทาง
ไปเยี่ยมญาติ เพราะเป็นช่วงเวลาวันขอบคุณพระเจ้า Thankgiving day
เจฟ บอกว่า จะมีญาติเดินทางใน flight เดียวกันกับฉัน หวังว่าญาติคนนั้น
คงสังเกตุเห็นหญิงไทย คนนี้



ฉันออกเดินทางจาก ท่าอากาศยานลอนดอนฮีทโธรว์ เมื่อเวลา 1 pm.โดย
แอร์แคนาดา ใช้เวลา 7 ชั่วโมง 35 นาที ถึงสนามบินออตตาวา เวลา 3.35 pm.
เวลาในท้องถิ่น ใน flight นี้ รู้สึกว่าจะมีสุขภาพแข็งแรงดี ดูหนัง 2 เรื่อง
แล้วเผลองีบหลับไป เฮ้อ สิ้นสุดการเดินทางเสียที ฉันถูกแยกให้ไปสัมภาษณ์พิเศษ
ให้ไปที่ด่านตรวจคนเข้าเมือง เพื่อประทับตราเข้าเมืองในฐานะนักท่องเที่ยว
ถามหลายประโยค แต่ฉันเข้าใจและตอบได้ คุยได้นิดหน่อย รู้สึกดีใจ
อีกทั้งคนสัมภาษณ์ ก็เป็นเจ้าหน้าที่ทหารผู้หญิงที่ใจดี

ผ่านด่านออกมารับกระเป๋าเดินทาง ยกขึ้นรถเข็น
ค่อยๆ เดินออกมามองหาคนที่มารอรับ นั่นไง คนนั้น
รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง

วันแรกในออตตาวา ฉันพักในโรงแรมใกล้สนามบิน ชื่อ day's Inn.
ไม่มีพนักงานบริการ เหมือนในเมืองไทย ลูกค้าต้องช่วยเหลือตนเอง
หิ้วกระเป๋าใส่รถเข็น แล้วเดินไปหาห้องที่มีกุญแจอยู่ในมือ



อาหารมื้อแรก ใน ออตตาวา คือ ผัดไทย และ ซุบ อุณหภูมิคืนนี้ 8 องศาเซนเซียส
ฉันอยู่ในห้อง อบอุ่น มีฮีทเทอร์ เปิด ปรับอุณหภูมิ 20 องศาเซนเซียส
แล้วก็หลับสนิท อย่างมีความสุข

Followers