5/16/2010

บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง(Jeff's house)


นี่คือบ้านพักของฉันใน Ottawa Canada เจ้าของบ้านซึ่งเป็นเพื่อนของฉันชื่อ JEFF แบ่งทำเป็น Apartments ได้ 3 ชุด ข้างบน 2 ชุด ข้างล่างใต้ดิน 1 ชุด หน้าต่างของห้องชั้นล่างใต้ดินจะอยู่เหนือพื้นดิน ตามภาพด้านล่าง รับแสงแดดและลมได้ ส่วนมากรับแสงแดดเท่านั้นเพราะลมมันเย็น แต่ละชุดจะมีห้องนอน ห้องนั่งเล่น ห้องครัวและห้องน้ำ


ติดตามมาชมภายในบ้าน JEFF อนุญาตให้ฉันพาคุณเข้ามาชม เผื่อว่าคุณอยากจะเช่าบ้านหลังนี้เมื่อคุณมาเที่ยวที่ Ottawa ช่วงเวลาที่ฉันมาเที่ยวนั้น ห้องว่างพอดี ฉันจึงได้เข้าพักที่นี่ อยู่ไกล้ Walmart Supermarket เดินไป 5 นาทีก็ถึง จับจ่ายซื้อสินค้าได้ทุกวัน





ห้องครัวพร้อมด้วยอุปกรณ์ในการประกอบอาหาร ยังมีอาหารสดเต็มตู้เย็น ที่นี่นิยมซื้ออาหารมาเก็บกักตุนไว้เยอะๆ เพราะบางครั้งหิมะตกหนัก ไม่สดวกในการออกไปข้างนอก ที่จริงแล้วเพื่อนของฉันซื้ออาหารมาเก็บไว้ให้ฉันทำกินเอง เพราะมาใหม่ไปไหนไม่เป็นไม่รู้จักสถานที่




ห้องนอน ผ้าห่มมีสีสดใส และอบอุ่น พื้นด้านล่างมีพรมสีแดงเช่นกัน มองดูแล้วไม่ร้อนเหมือนโทนของสี รู้สึกอบอุ่นมากกว่าอยู่่บริเวณอื่นๆ ในบ้าน แต่มีกิจกรรมบริเวณอื่นมากกว่า จึงได้ความอบอุ่นจากตรงนี้เมื่อเวลานอนหลับเท่านั้น


ห้องนั่งเล่น มีทีวีจอใหญ่และโซฟานุ่มๆสำหรับพักผ่อน ดูหนัง ดูข่าวได้ทั่วโลก ฉันได้รับข่าวสารที่เกิดขึ้นในประเทศไทยทุกวัน ไม่ได้พลาดข่าวเลยละ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอากศร้อนอบอ้าวถึง 40C และเรื่องของเสื้อสีต่างๆกับรัฐบาลไทย ฉันได้เรียนรู้ภาษาอังกฤษจากทีวี ฟังสำเนียงการพูด ภาษาที่ใช้ในประจำวันและความสนใจของสังคมที่นี่ ฉันใช้เวลาในห้องนี้ รีดผ้า เก็บเสื้อผ้า บางครั้งกินข้าวไปดูทีวีไปด้วย



ห้องน้ำ สะอาด สวย มีห้องเล็กๆ กั้นด้วยกระจก สำหรับอาบน้ำอุ่นจากฟักบัว น้ำจึงไม่เลอะเทอะออกมาข้างนอก ด้านบนมี เครื่องทำความร้อนเมื่อต้องการความอบอุ่นเพิ่มจากปกติในเวลาที่ทำกิจกรรมในนี้ มีกระจกบานใหญ่ติดเต็มผนัง


ฉันตั้งใจจะสร้าง Apartments ที่ Roi et Thailand บางทีฉันจะให้มีห้องครัวและห้องน้ำแบบบ้านหลังนี้ ฉันชอบมาก ระบบน้ำประปาสะอาดใช้ดื่มได้ น้ำไหลแรงดีมาก อากศหนาวเย็นจัดแต่มีความสุขเวลาอาบน้ำอุ่น


มีห้องข้างนอกที่เป็นส่วนรวมของ Apartments ตั้งเครื่องทำความร้อนขนาดกลาง เพื่อทำความอบอุ่นและแจกจ่ายให้กับทุกห้องใน Apartments ทุกชุดที่อยู่ในบ้าน


เครื่องซักผ้าและเครื่องอบผ้าแห้งขนาดใหญ่ ที่นี่ไม่มีราวตากผ้า ทั้งสามครอบครัวใช้เครื่องซักผ้าชุดนี้ด้วยกัน เป็นบริการจากเจ้าของApartments ฉันชอบเพราะไม่ต้องตากผ้าเหมือนอยู่ที่บ้านในประเทศไทย


บ้านเพื่อนบ้านที่อยู่ตรงข้ามกับบ้านที่ฉันพักอยู่ กิ่งไม้ ต้นไม้ยังไม่มีใบไม้ ฉันบันทึกไว้ เมื่อมาถึงที่นี่วันแรก อีกสามอาทิตย์ต่อมาจะมีสีเขียวชอุ่ม ดูสดใสขึ้น


เดือนเมษายนของที่นี่ใน Ottawa บางวันก็หนาว บางวันก็มีฝนตก บางวันก็มีหิมะเบาๆ โปรยปราย บางวันก็อบอุ่น ดังเช่นวันนี้ ฉันสุดแสนจะดีใจเพราะเห็นแสงแดด และอบอุ่น จึงออกมานั่งหน้าบ้านรับไออุ่นเป็นชั่วโมง


อีกมุมหนึ่งของบ้านพัก ที่ฉันได้พักอาศัยเป็นเวลา 30วัน ฉันได้บันทึกภาพจากบ้านของเพื่อนบ้านที่อยู่เยื้องกัน ครงข้ามถนน ต้นไม้ผลิใบมีสีเขียวเต็มต้น ดอกไม้หน้าบ้านผลิดอก สนามหญ้าหน้าบ้านเขียวชอุ่ม


มีกระรอกสีดำตัวเล็กๆ วิ่งผ่านไปมา ข้ามถนนวิ่งขึ้นต้นไม้ วิ่งลง ไปบ้านนั้นมาบ้านนี้ ตลอดวัน


รถเมล์วิ่งผ่านหน้าบ้านพัก ถ้าไม่อยากใช้รถส่วนตัว ก็ไปทำงานด้วยรถเมล์ได้ ไม่แน่นขนัดเหมือนบ้านเรา มีที่นั่งตลอด และสามารถเข้าไปเที่ยวใน downtown Ottawa ถนนคนเดินในใจกลางเมือง


ในวันที่มีแสงแดด และอบอุ่น ดูสวยงามไปทุกที่ ดอกทิาลิป ของเพื่อนบ้านสดสวย มีเจ้านกหัวขวาน บินมาเจาะตอไม้หน้าบ้านอย่างมีความสุข อยากเก็บภาพไว้ แต่ได้แค่นี้เอง เกือบไม่ทันการ เจ้านกหัวขวานบินปร๋อไปแล้ว






เจ้าของบ้าน JEFF ผู้แสนจะใจดี ทำอาหารCanadain อย่างสุดฝีมือ ให้ เพื่อนจากเมืองไทยรับประทาน พร้อมทั้งมีเครื่องดื่ม เพื่อเพิ่มรสชาดของอาหาีร กินไปดูทีวีไป ในห้องนั่งเล่น สดวกสบายทุกอย่าง เหมือนเพลงเก่าๆที่เคยได้ยินมาก่อน "บ้านน้อยหลังนี้สุขีเสียจริง ปลูกไว้สมใจ ทุกสิ่ง ......" ฉันรู้แล้วว่าสมใจทุกสิ่ง นั้นหมายถึงอย่างไร แล้วคุณล่ะ ปรารถณาสิ่งใด ได้สมใจ ปรารถณา ของคุณแล้วหรือยัง



5/15/2010

อิสเตอร์เดย์ ( Happy Easter day 2010 in Kingston)

วันนี้ไปเดินดูสินค้าใน Supermarket ตอนเย็นๆ ระหว่างที่เดินซื้อของอยู่นั้นก็เห็นมุมหนึ่ง จัดของเกี่ยวกับไข่ และกระต่ายมากมาย หลังจากมองอยู่สักพักก็เห็นคำว่า EASTER จึงได้ร้อง อ๋อ ช่วงนี้เป็นช่วง Easter Day เลยเก็บรูปเกี่ยวกับไข่ Easter มาให้ได้ชมกัน หลายคนสงสัยว่า Easter Day คือวันอะไร มีความสำคัญอย่างไร ทำไมชาวต่างชาติถึงให้ความสำคัญสำหรับวันนี้มากถึงขนาดเป็นวันหยุดของหลายๆประเทศเลยทีเดียว


Easter Day คือวันที่พระเยซูคริสต์ กลับมามีชีวิตอีกครั้ง หลังจากได้ตายไปแล้ว หรือจะเรียกว่าวันคืนพระชนม์ก็ได้ วัน easter จะจัดขึ้นในช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงปลายเดือนเมษายน แล้วทำไมถึงต้องเป็นไข่ และ กระต่าย Easter Bunny or Easter Hare อันนี้ได้หาข้อมูลมา ต้นกำเนิดของไข่ในวันนี้ น่าจะมาจากการสื่อความหมายถึงการมีชีวิต ส่วน Easter Bunny นั้น น่าจะสื่อความหมายของความอุดมสมบูรณ์ เพราะเป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิ กระต่ายจะออกลูกพอดี

ฉันได้ไปร่วมฉลอง Easter Day กับครอบครัวของคุณ JEFF ที่บ้านพี่สาวชื่อคุณ Andy ได้แลกเปลี่ยนของขวัญ และรับประทานอาหารร่วมกัน บางคนเดินทางมาจากต่างเมืองเพื่อมารวมกันที่บ้านคุณ Andy ณ Kingston ซึ่งอยู่ห่างจาก Ottawa 200 กิโลเมตร ขับรถใช้เวลา 2 ชั่วโมง

บ้านคุณ Andy เป็นชั้นเดียวจัดบ้านได้สวยงามน่าอยู่มากเลย สามีชื่อคุณ steve เคยเป็นครูสอนพละนักเรียนระดับประถม ตอนนี้เกษียณอายุ
พวกเราได้ช่วยกันจัดโต๊ะอาหารและสนทนากันไปด้วย สมาชิกในครอบครัวทุกคนใจดีมากและพยายามเข้าใจภาษาอังกฤษที่ฉันพูด ภาษาอังกฤษของฉันไม่ดีนัก ฉันมีอาชีพเป็นครูสอนคณิตศาสตร์ ไม่มีประสบการณ์ด้านการพูดภาษาอังกฤษ แต่ฉันก็พยายามและเรียกเสียงหัวเราะได้บางช่วงสนทนา


EASTER DAY สมาชิกบางคนในครอบครัวของ Jeff และฉันรับประทานอาหารร่วมกันแล้วบันทึกภาพเป็นที่ระลึก
คุณ JEFF มีพี่สาวสองคน คนแรกคือคุณ Andy(เสื้อสีชมพู)สามีคือคุณ Steve ยืนอยู่ข้างหลังติดกับคุณ Andy พี่สาวคนที่สองชื่อคุณ Gail สวมชุดลายน้ำเงินเป็นคุณหมอ มีสามีคือคุณ Peter ติดธุระ พี่ชายของJeff ชื่อ Jim กับภรรยา Marg ไม่ได้มาร่วมฉลองในวันนี้ เพราะติดธุระที่ Florida USA. คุณ JEFF เป็นคนสุดท้อง ในรูปนี้นั่งข้างหน้า
ส่วนคุณแม่ PAT นั่งติดกับฉัน ท่านใจดีมาก ซักถามฉันตลอดเวลา และให้ Card Easter day กับฉันเป็นที่ระลึก นอกนั้นก็เป็นลูกหลานของคุณGail และ คุณ Andy วันนี้อากาศดีมีแสงแดดจ้าแต่ไม่ร้อนเลย ลมพัดผ่านเย็นมาก คนอื่นๆไม่หนาวแต่ฉันซิหนาวสั่นเลยล่ะ แต่ในใจนั้นรู้สึกอบอุ่นกับการต้อนรับของทุกคนที่นี่


บ้านที่แสนจะอบอุ่นใน KINGSTON



ANDY และ STEVE เคยเป็นครูสอนนักเรียนในโรงเรียนระดับประถมศึกษา คุณ Steve เป็นครูพละ เป็นโค้ชกีฬา มีทีมนักกีฬาของโรงเรียนและพาไปแข่งขันกับโรงเรียนอื่นๆ STEVE พยายามพูดภาษาอังกฤษช้าๆเพื่อฉันจะได้เข้าใจเรื่องที่เราคุยกัน เขามีความเป็นครูอยู่ในตัวเอง คือต้องการให้คนที่คุยด้วยเข้าใจและสนุกสนาน ฉันขอบคุณ STEVE ที่ทำให้ฉันรู้สึกอบอุ่นและสนุกสนานในบ้านของเขา


spring (ฤดูใบไม้ผลิ ) - 20 มีนาคม ถึง 20 มิถุนายน
ภาพนี้เป็นมุมบ้านในฤดูใบไม้ผลิ ต้นไม้จะเขียวชอุ่ม ดอกไม้จะออกดอกสวยงามหลากสี เช่น Tulip Haydrangeas และชนิดอื่นๆ

Summer ( ฤดูร้อน ) - 21 มิถุนายน ถึง 21 กันยายน


autumn (ฤดูใบไม้ร่วง) - 22 กันยายน ถึง 20 ธันวาคม
Nolan ลูกชายของ Mike และ Chelsea Mikeเป็นลูกชายของ AndyกับSteve Nolan ลงมาเล่นใต้ต้นไม้ที่หน้าบ้านซึ่งเป็นฤดูใบไม่ร่วง ช่วงนี้ใบใม้ กำลังเปลียนสี รอคอยหิมะ กำลังจะมาถึงในฤดูถัดไป


winter ( ฤดูหนาว ) - 21 ธันวาคม ถึง 19 มีนาคม
ในสวนหลังบ้านฤดูหนาว มีหิมะตกตลอดเวลา สูงถึง 2 ฟุต Nolan หลานชายของ Andy ออกไปเล่นหิมะ อย่างสนุกสนาน

โดยทั่วไปแล้วแคนาดามี 4 ฤดูกาล คือ ฤดูร้อน ฤดูใบไม้ผลิ ฤดูใบไม้ร่วง และฤดูหนาว ในช่วงระหว่างฤดูหนาวบางพื้นที่ของประเทศ อุณหภูมิบางครั้งอาจติดลบถึง 25 องศาเซลเซียส แต่ความหนาวในลักษณะนี้จะเกิดในช่วงระยะสั้นๆ ในช่วงกลางวันของฤดูร้อน อุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส หรือร้อนกว่านั้น สำหรับอุณหภูมิในช่วง ฤดูใบไม้ผลิ และใบไม้ร่วงจะอยู่ในระดับปานกลาง แต่ละฤดูในแคนาดาจะมีความสวยงามของธรรมชาติแตกต่างกันไป


ห้องรับแขกภายในบ้านที่ฉันได้นั่งพักผ่อน ดูรูปภาพกิจกรรมของนักเรียน คุยเรื่องนักเรียนและโรงเรียนที่Steve สามีของ Andy เคยสอน


ห้องรับประทานอาหารที่ใช้ใน วันครอบครัว EASTER DAY สมาชิกของครอบครัวที่อยู่ในภาพ PAT(mother) JEFF ADDY STEVE KATHY ILYA และในวันนี้ก็เป็นวันคล้ายวันเกิดของหลานสาว KATHY ซึ่งเป็นลูกสาวคนแรกของ Gail
ฉันและทุกๆคนร้องเพลง Happy brithday ให้ Kathyด้วย


ขอบคุณทุกๆคนที่ให้การต้อนรับ นักท่องเที่ยวจากประเทศไทยที่เดินทางมาไกลแสนไกล สู่บ้านที่แสนจะอบอุ่น
ณ Kingston

4/28/2010

บินลัดฟ้าตามหาฝัน Bangkok - Ottawa



มาถึงสุวรรณภูมิตี 5 ฉันเข้า Check in ที่ Counter HJ ของการบินไทย Load กระเป๋าใหญ่สีแดงมีเพียง 1 ใบ เจ้าหน้าที่คนสวยบอกว่า "หนูให้ ตั๋ว 3 ใบ ใบแรกสำหรับ Flight to HongKong ใบที่ 2 สำหรับ Flight to Vancouver ใบที่ 3 สำหรับ Flight To Ottawa อย่าทำหายนะค่ะ" เธอคงรู้ว่าฉันหวั่นไหว ในการเดินทางครั้งแรกไกลแสนไกล มีเพียง notebook ขึ้นเครื่องด้วย


ผ่านการตรวจสอบของเ้จ้าหน้าที่ เมื่อเวลา 07:00 น. พอดี เดินเล่นอีกนิดหน่อย ก็เดินมารอที่ Gate C7 พอขึ้นเครื่อง Flight 6137 ของการบินไทย (จอง Air Canada) ช่วงที่รอก็โทรศัพท์หาเพื่อนๆ ไปด้วย


ไปลงที่ Hong Kong Airport ใช้เวลาบิน 2 ชั่วโมง 40 นาที สนามบินใหญ่มากมาถึงเวลา 11:40 น. เร็วกว่าไทย 1 ชั่วโมง บ้านเราก็เป้น 10:40 น. ฉันมีเวลามากมายที่จะเดินเล่นดูสินค้าใน 6 ชั่วโมงที่รอคอย จนกว่าจะถึง 18:10 น. อันดับแรกไปดูที่บอร์ดว่าต้องไปคอยที่ Gate ไหน? ไม่เห็นมีข้อมูลไป Vancouver ถามเจ้าหน้าที่สาวๆ "Where I go?" พร้อมยื่น Ticket ใบที่ 2 ให้เธอดู เธอบอกว่า "It is early, wait and see in board afternoon nearly time you go to Vancouver." ดังนั้นฉันก็เลยเดินดูสินค้าและบรรดา Gate ทั้งหลาย ในพื้นที่นี้ ฉันเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบ ที่จริงแล้ว แอร์โฮสเตรสให้ใบสำหรับกรอกผ่าน immigration ใน Hong Kong airport แต่ฉันไม่ออกไปข้างนอก อยู่เพียงในสนามบิน ฉันยังไม่เก่งพอที่จะเข้าไปเที่ยวคนเดียวได้ เดินไปเดินมาเจอมุมสงบ เห็นฝรั่งนอนพักผ่อนที่เก้าอี้ยาว คงจะรอเที่ยวบินเหมือนฉัน ที่ต้องรอถึง 6 ชั่วโมง หวังว่ามีที่ว่างสำหรับฉัน

ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง บ่ายแล้ว 14.10 นาฬิกา เข้าห้องน้ำสำรวจความเรียบร้อยของตัวเอง ห้องน้ำสะอาดมาก มีพนักงานทำความสะอาดดูแลทุกนาที แล้วฉันเดินไปดูที่บอร์ด เห็นข้อมูล Flight ที่ฉันจะต้องบินไปด้วย
มีที่ว่างพอดี เหนื่อยมาก ขอนอนมั่ง นิดเดียว

Air Canada หมายเลข flight AC 018 to Vancouver เวลา 18.10 นาฬิกา ขึ้นเครื่องที่ Gate 49 ฉันก็เดินไปดูที่ Gate 49 มีคนมานั่งคอยนิดหน่อย ยังมีเวลาอีกมากมาย ฉันเดินเที่ยวอีกรอบและบันทึกภาพมาฝากด้วยค่ะ


ฉันนั่งเล่น นอนเล่นในสนามบิน Hong Kong 6 ชั่วโมง ถึงเวลาขึ้นเครื่องบิน AC 018 ที่ Gate 49 ตอนแรกที่เดินมาสำรวจพื้นที่ยังไม่มีคน แต่ตอนนี้มีมากมาย นั่งรอเต็มไปหมด

ผู้โดยสารมีทั้ง Chinese Philiphines Laos Thai and Canadians ทุกคนเดินไปต่อแถวโดยอัตโนมัติ อันดับแรก Stewardess เชิญ ฺBussiness class แล้วถึงหันมาเชิญ ผู้โดยสารชั้น Economic class เข้าที่นั่ง ฉันนั่งตรงกลางระหว่าง Chinese boy and Chinese girl ใช้เวลาอยู่บนเครื่องบิน 11 Hr 40 min ในช่วง 6.10 pm. Hong Kong(HKG) - 2.50 pm. Vancouver(YVR)ฉันลงจากเครื่องบิน flight AC 018 ที่ Vancouver Airport และมีเวลาเพียง 1 hr. 30 min ที่จะต้องเปลี่ยนเครื่องบินเพื่อเดินทางต่อไป Ottawa มันเป็นครั้งแรกของฉันที่ต้องเปลี่ยนเครื่องบินที่ Vancouver มีความรู้สึกตื่นเต้นมาก เพราะเดินทางคนเดียว ภาษาก็พูดได้บ้าง แต่ฝรั่งฟังไม่ค่อยรู้เรื่อง เสียดายไม่ได้ถ่ายรูปที่นี่เอาไว้ เป็นสนามบินที่ดูดีและติดอันดับ 8 จากสนามบินทั่วโลก Hong Kong เป็นอันดับ 1
ฉันเตรียมตัวเกี่ยวกับการเดินทางอย่างมาก อ่านข้อมูลจาก website จากการสอบถาม และอ่านจากหนังสือ ฉันก็ยังรู้สึกหวั่นไหวกับการเดินทางครั้งนี้ ฉันจึงต้องรีบร้อนในการติดตามเพื่อนๆ ผู้โดยสารที่ลงจากเครื่องบิน flight AC 018 กลัวหลงทางและตกเครื่อง flight ต่อไป เขาเดินไปไหนเราไปด้วยก็แล้วกัน ถึงจะหวั่นใจขนาดไหนฉันก็ต้องก้าวเดินต่อไปข้างหน้า เพราะมันมีทางให้ฉันเดินไป เพื่อจะพบกับความสำเร็จตามที่ได้วาดฝันไว้กับตนเอง
ขั้นแรกฉันเดินตามคนอื่นๆไปที่ immigration ของ Vancouver เพื่อพบกับการสัมภาษณ์นิดหน่อย มาทำไม พักที่ไหน กลับวันไหน ฉันก็ฟังรู้เรื่องแค่นี้ เพราะเตรียมคำตอบไว้แล้ว คำถามอื่นๆ ฉันทำหน้า งง ๆ เจ้าหน้าที่ก็เลยดูกระดาษที่ฉัน print ข้อมูลการจองตั๋วเครื่องบินไปกลับ แล้วดู passport เสร็จก็ประทับตราให้ผ่านเข้า Canada ได้ตั้งแต่วินาทีนี้ คือว่าเรา เหยียบพื้นดิน ที่เมืองไหน ก็ต้องผ่าน immigration ที่เมืองนั้น ถ้าฉันไปเปลี่ยนเครื่องที่ Toronto ฉันก็ต้องผ่าน immigration ที่ Toronto แล้วจึงเดินทางต่อไปที่ Ottawa โดยสายการบินในประเทศ
จากนั้นฉันเดินตรงไปที่มีคนยืนอยู่เยอะแยะ รอรับกระเป๋าที่สายพาน อ่านดูบอร์ดตรงสายพานบอกว่า baggage Air Canada รออยู่ประมาณ 10 นาที เพราะมีกระเป๋ามาก และแล้ว red baggage ค่อยๆ เคลื่อนมา สีแดงสดเชียว ฉันค่อยๆลากกระเป๋าลงจากสายพาน แล้วเดินตรงไปที่ Custom ส่งกระเป๋าขึ้นสายพานไปต่อ Flight AC 138 to Ottawa
ตัวฉันเองเดินต่อไปบริเวณที่ Scan หาสิ่งของต้องห้ามที่ไม่ต้องการให้นำขึ้นบนเครื่อง ถ้าเจอจะได้เอาทิ้ง ต้องถอดเข็มขัด ถอดรองเท้า ถอดเสื้อคลุม ใส่ลงในถาด และ เอาlaptop ออกจากกระเป๋าวางลงในถาด ตัวฉันเดินผ่านเครื่อง เครื่อง Scan ผ่านตลอด

เก็บสิ่งของเข้าที่ แต่งตัวเรียบร้อยแล้ว เดินต่อไป เห็นเจ้าหน้าที่ผู้หญิงที่เคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ จึงเข้าไปถาม Where I go ? กลัวเธอฟังไม่รู้เรื่อง จึงยื่น ticket ใบที่สามจาก Suwanaphum Airport ให้เธอดู เธอยิ้มสวยๆ ต้อนรับและป้อนข้อมูลใน Computer คงจะบันทึกว่าผู้โดยสารมาถึงแล้ว และชี้ทางให้ฉันเดินไปรอขึ้นเครื่องที่ Gate 45 พอไปถึงฉันก็ยื่น ticket ให้เจ้าหน้าที่ดูก่อนเพื่อความมั่นใจว่ารอถูกที่แล้ว หนุ่มใหญ่ชาว Canadian ยิ้มแล้วบอกว่า sitting here wait 10 minutes เวลาในการจัดการผ่านเข้าเมืองและต่อเครื่องภายในประเทศพอดีเหลือเกิน มีชาว Canadain นั่งรออยู่มาก ผู้โดยสารตัวใหญ่ๆทั้งนั้น คนแก่ก็เยอะ อาจเป็นเพราะช่วงเทศกาล Easter ญาติพี่น้องเดินทางไปรวมกันเพื่อสังสรร พบปะกัน คงเหมือนวันครอบครัวบ้านเรา แล้วฉันก็เดินผ่าน Gate 45 ขึ้นเครื่อง หาที่นั่ง C24 ได้อย่างถูกต้อง ติดริมทางเดิน คิดในใจเราเริ่มมีประสบการณ์ มั่นใจมากขึ้น ที่นั่งของฉันติดกับหนุ่ม Canadain ตัวใหญ่ 2คน นั่งเต็มเก้าอี้เลย ส่วนฉันตัวเล็กนั่งสบาย เอา กระเป๋า laptop ไว้ใต้เก้าอี้ข้างหน้า เที่ยวบินนี้ไม่ได้บริการอาหาร ขายอย่างเดียว แต่ขอน้ำดื่มกับน้ำส้มได้ฟรี ไม่ต้องจ่ายเงิน หนุ่มที่นั่งข้างๆ สั่งเบียร์ดื่ม ตลอดการเดินทาง ในช่วงเวลา 4.30 pm. Vancouver(YVR) - 9.04 pm. Ottawa(YOW) เป็นเวลา 4 hr. 34 min มีกิจกรรมหลากหลาย บางคนทำงานใน laptop ของตนเอง บ้างดูหนังฟังเพลงจากวีดีโอเล็กๆตรงหน้าที่นั่งของตนเอง ส่วนตัวฉันเองนั่งดูกิจกรรมของคนอื่น
ในที่สุดฉันก็มาถึง Ottawa ด้วยความตื่นเต้นและปลอดภัย มองเห็นเพื่อนมายืนคอยรับตรงที่รับกระเป๋าเดินทาง โล่งอกและดีใจมาก ทุกสิ่งทุกอย่างตรงเวลา ในการเดินทางไปต่างบ้านต่างเมืองเวลาเป็นสิ่งสำคัญมาก ไม่เหมือนที่ฉันเคยเห็นบางแห่งหลายคนไม่สนใจเวลามักจะทำตามใจตนเองเสมอ อยากจะไปตอนไหนก็ไป อยากจะมาตอนไหนก็มา ซึ่งทำให้สิ่งที่ดีๆที่จะเข้ามาในชีวิตคลาดเคลื่อนไปและได้ไม่ดีเท่าที่ควรจะเป็น จงสร้างความฝันเอาไว้ ปรารถณาสิ่งใดให้มีความมุ่งมั่นก้าวต่อไป ไปให้ถึง เป้าหมายในชีวิตเป็นสิ่งสำคัญนะคะ ฉันคิดว่า 30% เป็นลิขิตจากฟ้า อีก 70% เราต้องฝ่าฟันแล้วฝันของเราก็จะเป็นจริงค่ะ ติดตามฝันที่เป็นจริงของฉันต่อไปนะคะ

Followers