5/29/2010

Orlando in Florida



ถึงสนามบิน Orlandoเวลา 10.45 น. มีบริเวณกว้างขวาง คนก็เยอะ เพราะเมืองนี้เป็นเมืองท่องเที่ยว Walt Disney World เราอยู่บนเครื่องบิน 3 ชั่วโมงพอดี






เมื่อมาถึงเราต้องขึ้นรถไฟฟ้าไปอีกส่วนของสนามบินเพื่อไปรับกระเป๋า Flight จาก Ottawa - Orlando ต้องไปรับที่ สายพาน 9
บริเวณสายพานที่ 9 คนเยอะแยะ ไม่รู้ว่ามารับ หรือมาส่ง



เช่ารถไว้ขับเที่ยว คันสีแดงนี่แหละ แจ่มดี ขับไปตามเส้นทางถนน High Way หมายเลข 4 แล้วไปออกที่เส้นทางหมายเลข 68 เพื่อไปยังที่พัก

ในบริเวณนี้มี 3 โรงแรมหันหน้าเข้าหากัน โดยมีน้ำพุใหญ่อยูตรงกลาง คือ COURTYARD, SPRINGHILL SUITES, FAIRFIELD INN & SUITES บริเวณโดยรอบดูดี สะอาด แต่ไม่บริการอาหารเช้าในโรงแรม
อากาศที่นี่ดี คล้ายเมืองไทย แต่ไม่ร้อนชื้นเหมือนบ้านเรา เล่นน้ำในสระว่ายน้ำกลางแจ้งได้ แต่ก็มีบ่อน้ำอุ่น ใต้อาคาร สำหรับคนที่ชอบแช่น้ำอุ่น(ค่อนข้างร้อนสำหรับฉัน)และยังมีห้องออกกำลังกายด้วย มีเด็กๆเยอะ เพราะส่วนมากผู้ปกครองจะพามาเที่ยว Walt Disney World



วันแรกของที่นีี่ เราเก็บภาพโดยการขับรถรอบเมือง Orlando

เครื่องเล่น รถไฟลอยฟ้า เราได้แต่ดูไกลๆ ไม่กล้าเล่นหรอกนะ

Tampa Fairgrounds Show on Arabian Horses

ป่าไม้แถวนี้คงเป็นที่อยู่ของ ไดโนเสาร์ สัตว์โลกล้านปี


KEISER UNIVERSITY

สถานที่สวยดี ก็เลยเก็บภาพมาฝาก




นักท่องเที่ยวพักผ่อนยามเย็นบริเวณโดยรอบโรงแรมที่พัก




dinnerของเราที่ร้านอาหาร Red Lobster มีอาหารเหมือนดังในภาพ อร่อยดี ฉันจำชื่อไม่ได้



อาหารมื้อเช้าของเราอยู่ที่นี่ น่ารับประทานไหม เป็นแบบบุฟเฟ่ เลือกตักได้ตามใจชอบ

จะไปไหนมาไหนต้องอ่านป้ายดีๆ เดี๋ยวหลงทางเพราะเราขับรถเอง

5/28/2010

Bill and Tootie's house

ฉันพักอยู่ที่ OTTAWA ได้สองอาทิตย์ก็ไก้รับเชิญไป DINNER ที่บ้านเพื่อนในเมือง CLAYTON TOWN ขับรถจาก OTTAWA ใช้เวลาประมาณ 45 นาที ก็ไกลเหมือนกัน แต่เขาก็ขับรถเข้ามาทำงานใน OTTAWA ไปและกลับทุกวัน

ยามเย็นมีแสงแดดอ่อนๆ แต่อากาศค่อนข้างเย็น และเย็นจัดสำหรับฉัน เจ้าของบ้านคือ BILL and TOOTIE คู่สามีและภรรยา
ที่แสนจะใจดีและน่ารัก เตรียมอาหารเย็นไว้หลายอย่าง โดยเฉพาะรายการพิเศษ สำหรับฉัน คือ แฮมเบอร์เกอร์ ฝีมือ BILL เจ้าของบ้าน อีกทั้ง RED WINE สำหรับ ADDY AND TOOTIE ส่วน BILL AND JEFF มีเบียร์

ที่จริงแล้วบ้านหลังนี้มีสมาชิกในครอบครัวหลายคน คือมีลูกสาวลูกชาย 5 คน แยกไปมีบ้านส่วนตัวและมีครอบครัวกันหมด เหลือพ่อกับแม่อยู่บ้านหลังนี้ จะรวมญาติอีกครั้งก็เมื่อมีการนัดหมายหรือมีเทศกาลพบปะสังสรรกัน ครอบครัวที่นี่ส่วนมากก็เป็นเช่นนี้เมื่อลูกๆมีงานทำ มีรายได้เป็นของตนเองแล้วก็จะมีบ้านพักของตนเองไม่อยู่รวมกันกับพ่อแม่ ไม่เหมือนบ้านเราที่รวมกันเป็นครอบครัวใหญ่
ในช่วงเวลาที่เตรียมอาหาร BILL AND TOOTIE แสดงความเป็นกันเองกับฉัน ซักถามถึงเรืองต่างๆในประเทศไทย เช่น ทำไมวันสงกรานต์ถึงเล่นน้ำกัน ภูเก็ตกับร้อยเอ็ดใกล้กันไหม ประเทศไทยอุหภูมิสูงสุดกี่องศา หนาวที่สุดกี่องศา ฉันก็ตั้งใจตอบคำถาม และพูดคุยด้วยภาษาอังกฤษง่ายๆ เขาก็ตั้งใจฟังอย่างดี และแสดงอาการเข้าใจภาษาที่ฉันพูดเพราะมีท่าทางประกอบมากมายบางช่วงก็วาดรูปประกอบด้วย ถ้าฉันรู้ว่าฉันจะได้พูดภาษาอังกฤษกับชาวต่างประเทศจริงๆ ดังเช่นช่วงเวลานี้ ฉันก็คงจะเรียนรู้ภาษาอังกฤษให้แตกฉาน

โรงเรือนสำหรับเก็บเครื่องมือทำสวน


รถยนต์ MOTER-HOME ใช้สำหรับไปPICNIC

โลกนี้กว้างใหญ่ไพศาล เราจำเป็นที่จะต้องสื่อสารกับทุกคนในโลกให้เข้าใจ แล้วเราจะอยู่ได้ในทุกๆที่บนโลกใบนี้อย่างมีความสุข ฉันเดินไปชี้บริเวณจังหวัดร้อยเอ็ดที่อยู่บนแผนที่ขนาดใหญ่ในห้อง จังหวัดภูเก็ต จังหวัดเชียงใหม่ เมืองท่องเที่ยวในหัวข้อสนทนาที่คนใน CANADA รู้จักดี ฉันได้เดินชมรอบๆบริเวณบ้าน ซึ่งค่อนข้างกว้างขวาง ไม่มีรั้วคอนกรีตเสริมเหล็กเหมือนบ้านเรา ส่วนมากจะปล่อยโล่ง อาจจะมีรั้วเล็กๆ แบ่งเป็นสัดส่วนให้ชัดเจนเท่านั้น ที่นี่มีความปลอดภัยสูงส่วนมากทุกบ้านจะมีห้องใต้ดินสำหรับเก็บสิ่งของหรือทำเป็นห้องพัก ห้องทำงาน เพราะจำเป็นต้องมีที่อยู่ในบ้านมากมายหลายห้องสำหรับเด็กๆ เมื่อถึงฤดูหนาวที่มีหิมะตกหนักออกไปไหนไม่ได้สะดวกนัก


ถ้าทำอาหารที่ไม่มีควัน ทำในบ้าน ถ้าทำแบบย่าง หรือ บาร์บีคิว ทำนอกบ้าน ห้องรับแขก กว้างขวางและมุมเตาผิง ที่ใช้ในหน้าหนาวเมื่อมีหิมะตกหนัก แต่วันนี้จัดทำขึ้นเป็นพิเศษให้ ADDY เห็นการใช้เตาผิงเพื่อรับไออุ่น

ฺBILL and TOOTIE เลี้ยงแมวไว้ 3 ตัว แต่ละตัวอายุหลายปีและตัวใหญ่กว่าแมวไทย มีชื่อเฉพาะ ดังนี้ FELIX อายุ 11 ปี BUDDY อายุ 13 ปี GROVER อายุ 18 ปี
ชาว CANADAIN ชอบเลี้ยงแมว
THANK YOU FOR DINNER TONIGHT.I AM HAPPY TO MEET YOU. I HOPE WE WILL MEET AGAIN IN MY NEXT VACATION.

5/24/2010

Lake Champlain Island


เพื่อย่นระยะทาง เราเลยต้องเดินทางผ่าน LAKE CHAMPLAIN โดยใช้เรือข้ามฝาก และไปขึ้นอีกฝั่ง ใช้เวลาบนเรือข้ามฝาก 20 นาที Lake Champlain is a natural, freshwater lake in North America, located mainly within the borders of the United States (states of Vermont and New York) but partially situated across the Canada—United States border in the Canadian province of Quebec.
ต้นไม้ริมทางที่มุ่งสู่ท่าเรือ LAKE CHAMPLAIN
อัตราค่าโดยสาร รถยนต์ 9.50$ ผู้ใหญ่ 3.75$ เด็ก 1.50$ ขึ้นฝั่งที่ท่าเรือ PLATTSBURGH
เรือ FERRY ข้ามฝั่งระหว่างท่าเรือ VERMONT กับ ท่าเรือ PLATTSBURGH
นักเดินทาง ชาว CANADAIN
บนเรือ FERRY บรรทุกรถที่ต้องการข้ามฝั่ง
นักท่องเที่ยวจากประเทศไทย ก็มาด้วย
บ้านและทิวทัศน์ ริมฝั่ง ใกล้กับท่าเรือ PLATTSBURGH
กำลังจะขึ้นฝั่งที่ ท่าเรือ PLATTBURGH

เดินทางต่อ เพื่อกลับ OTTAWA

5/23/2010

Ben & Jerry's ice cream factory tours


 Ben & Jerry's ice cream factory tours

หลังจากรับประทานอาหารเช้าที่โรงแรม คณะทัวร์ของเราก็เตรียมตัวเดินทางกลับสู่ Ottawa แต่เราจะเดินทางกลับ คนละเส้นทาง กับขามา ออกเดินทางจาก St. Johnsbury ไปยังเมือง เซาส์ เบอร์ลิงตัน และแวะชมโรงงานผลิต Ben & Jerry's Ice Cream Factory
เบ็น แอนด์ เจอรี่ส์ (Ben & Jerrys) คือชื่อไอศกรีมแบรนด์ดังที่ว่านี้ บริษัทผู้ผลิตคือ เบ็น แอนด์ เจอรี่ส์ โฮมเมด โฮลดิ้งส์ ตั้งอยู่ในเมืองเซาธ์ เบอร์ลิงตัน รัฐเวอร์มอนท์ สหรัฐอเมริกาครับ ปัจจุบันบริษัทเป็นส่วนหนึ่งของอาณาจักรธุรกิจยูนิลีเวอร์ เพราะสองผู้ก่อตั้ง คือ เบ็น โคเฮน (Ben Cohen) กับเจอรี่ กรีนฟีลด์ (Jerry Greenfield) สองเพื่อนซี้ตั้งแต่สมัยวัยเรียน ได้ขายหุ้นที่ถืออยู่ให้บริษัทยูนิลีเวอร์ไปในปี 2543 ชื่อของไอศกรีมยี่ห้อนี้มาจากชื่อของสองผู้ก่อตั้งนั่นเอง

เบ็นและเจอรี่ชักชวนกันลงขัน 12,000 ดอลลาร์เพื่อก่อตั้งบริษัทและเปิดร้านไอศกรีมสาขาแรกในปั๊มน้ำมันเก่าเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2521 กลยุทธ์การตลาดระยะแรกของสองหนุ่มคือ ขายไอศกรีมพร้อมฉายหนังกลางแปลงให้ลูกค้าดูฟรีโดยใช้ผนังของร้านเป็นฉากฉายหนัง ไอศกรีมที่ขายก็เป็นฝีไม้ลายมือของทั้งสองคนเอง เพราะทั้งเบ็นและเจอรี่เคยลงทะเบียนเรียนวิชาการทำไอศกรีมจากมหาวิทยาลัยเพนซิลวาเนีย (ชื่อรหัสวิชา เกษตร5150) มาด้วยกัน
สินค้าของเบ็น แอนด์ เจอรี่ส์ มีชื่อเสียงในด้านการสร้างสรรค์รสชาติแปลกใหม่ และใช้วัตถุดิบจากธรรมชาติให้มากที่สุด เช่นการลงไปควบคุมให้เกษตกรโคนมที่ผลิตนมป้อนโรงงานเลี้ยงวัวโดยไม่ต้องฉีดฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต
ระยะแรกของการเข้าตลาด ไอศกรีมยี่ห้อนี้เจออุปสรรคใหญ่เป็นการกีดกันจากสินค้าคู่แข่งซึ่งเป็นบริษัทไอศกรีมยักษ์ใหญ่ที่จับจองตลาดอยู่ก่อนแล้ว แถมยังสกัดทางไม่ให้ผู้จัดจำหน่ายรับสินค้าของเบ็น แอนด์ เจอรี่ส์มาจำหน่ายด้วย เรื่องนี้ทำให้สองคู่หูตัดสินใจท้าชนยักษ์แบบสู้ยิบตา มีการยื่นฟ้องต่อศาลขอความเป็นธรรมในกรณีที่ถูกคู่แข่งกีดกันช่องทางจำหน่าย ขณะเดียวกันก็ออกแคมเปญดึงผู้บริโภคมาเป็นแนวร่วม โดยการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ใช้พื้นข้างกระป๋องไอศกรีมให้เป็นประโยชน์ กระทั่งสุดท้ายคู่แข่งต้องขอเจรจายอมความกันนอกศาลและเซ็นข้อตกลงว่าจะไม่กีดกันผู้จัดจำหน่าย ทำให้ชื่อเสียงของเบ็น แอนด์ เจอรี่ส์ กระฉ่อนในฐานะแจ๊คที่ล้มยักษ์สำเร็จ
คู่ซี้คู่นี้พยายามสร้างชื่อให้สินค้าติดหูติดตาอเมริกันชนไปทั่วประเทศเพื่อเป็นการสร้างฐานลูกค้าที่แข็งแกร่งดังนั้นในปี 2529 จึงคิดค้นรถ คาวโมบาย (Cowmobile) เป็นรถรูปวัวตัวใหญ่ตระเวนแจกฟรีไอศกรีมให้ลูกค้าทดลองชิม โดยทั้งคู่ทำหน้าที่ขับรถกันเอง นอกจากนี้ยังริเริ่มให้ทุนสนับสนุนโครงการด้านต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่ชุมชนท้องถิ่น โดยตั้งงบส่วนนี้ไว้ 7.5 % ของกำไร และยังมีการนำไอศกรีมที่เหลือจากการจำหน่ายในบางสาขา ไปบริจาคให้ฟาร์มหมูใช้เลี้ยงหมู ซึ่งก็ปรากฏว่า เป็นที่ชื่นชอบของเหล่าสุกรทั้งหลาย และได้ใจเกษตรกรรวมทั้งคนในพื้นที่

ที่ในกรณีของเบ็น แอนด์ เจอรี่ส์ ข้อบกพร่องของบริษัทไม่ติดหูติดตาประชาชนเท่ากับจุดแข็งที่บริษัทสั่งสมมา จึงยังทำให้ได้รับคำชื่นชมอยู่ในฐานะบริษัทที่มีความรับผิดชอบต่อสังคม ยกตัวอย่างการใช้บรรจุภัณฑ์หรือกระป๋องใส่ไอศกรีมที่ทำจากกระดาษรีไซเคิลที่ไม่ใช้สารฟอกสี และการให้ทุนสนับสนุนงานวิจัยเกี่ยวกับระบบทำความเย็นตู้แช่โดยลดการใช้สารที่ก่อปัญหาให้กับสภาะแวดล้อมของโลก ไม่เพียงเท่านั้น สิ่งที่ทำให้เบ็น แอนด์ เจอรี่ส์ ได้รับฉายาว่า บริษัทเพื่อสังคมยังมาจากการที่บริษัทพยายามส่งเสริมเกษตรกรรายเล็กรายน้อยในพื้นที่โดยการรับซื้อผลผลิตการเกษตรมาใช้ในโรงงาน การเปิดร้านไอศกรีมบางสาขาให้องค์กรในท้องถิ่นเป็นผู้ดำเนินการเพื่อสงเคราะห์ผู้ด้อยโอกาส เช่นในปี 2548 บริษัทเปิดสาขาในเมืองออสติน รัฐเท็กซัสให้องค์กรไลฟ์เวิร์คส์ (LifeWorks) เป็นผู้บริหารจัดการร้านเพื่อให้โอกาสแก่ผู้ที่มีปัญหาครอบครัวและวัยรุ่นที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยง ได้มีงานทำและมีรายได้เลี้ยงตัวเอง ผลกำไรของร้านนี้เข้าสมทบทุนให้กับองค์กร และบริษัทเองก็ไม่คิดค่าธรรมเนียมแฟรนไชส์จากทางร้านด้วย

กิจกรรมแบบนี้โดนใจสังคม ใครเห็นใครก็อยากอุดหนุน ทุกๆปี บริษัทยังมีกิจกรรมประเภทขายตั๋วราคาถูก ให้ลูกค้าได้กินไอศกรีมแบบไม่อั้น แถมดูการแสดงคอนเสิร์ต หรือเข้าเล่นเครื่องเล่นในสวนสนุก รายละเอียดของงานก็แล้วแต่ว่าปีนั้นจะจัดอะไร แต่ที่แน่ๆคือต้องได้กินไอศกรีมกันแบบจุใจ และรายได้ส่วนหนึ่งต้องนำเข้าสู่งานสาธารณะประโยชน์ เกือบลืมบอกไปว่า ทุกๆปีในช่วงปลายเดือนเมษายนหรือต้นเดือนพฤษภาคม เบ็น แอนด์เจอรี่ส์ จะจัดงานวันแจกฟรีไอศกรีมโคน ที่เรียกว่า ฟรี โคน เดย์ มีการแจกฟรีไอศกรีมเป็นล้านๆโคนครับเพื่อขอบคุณลูกค้าเนื่องในโอกาสฉลองครอบรอบก่อตั้งบริษัท ปีนี้จัดเป็นครั้งที่ 28 แล้วเมื่อวันที่ 25 เมษายนที่ผ่านมา


อะไรทำให้ เบน แอนด์ เจอร์รี่ พิเศษสุด.. สุด..
เบน แอนด์ เจอร์รี่ เป็น ไอศกรีมนม นุ่ม เนียน พร้อม SWIRL และ CHUNK เป็นส่วนประกอบที่อัดแน่น ชิ้นโต ทำให้เรากลายเป็นไอศกรีมที่มีความเป็นเอกลักษณ์ อร่อยไม่ซ้ำใคร
ไอศกรีมเบน แอนด์ เจอร์รี่ ผลิตจากนมโคสด 100% และครีมคุณภาพเยี่ยม
วัตถุดิบที่ผสมผสานในไอศกรีมเป็นวัตถุดิบที่ผ่านกระบวนคัดสรรอย่างละเอียด ทุกขั้นตอน เป็นวัตถุดิบที่มีคุณภาพและสดใหม่เสมอ
ความหลากหลายและแปลกใหม่ของรสชาติ และยังเน้นความอร่อยในทุกคำที่คุณลิ้มลอง ซึ่งแตกต่างจากไอศกรีมที่คุณเคยทาน
และทำให้ไอศกรีม เบน แอนด์ เจอร์รี่ เป็นไอศกรีมที่ทำให้คุณวางไม่ลง
สำหรับคนรักไอศกรีมตัวจริง มีให้คุณได้ลิ้มลองในรูปแบบถ้วย ทานได้เลย (106 มล.) หรือจะร่วมแบ่งปันความสุขให้กับเพื่อนและครอบครัวในรูปแบบไพนท์ (471 มล.) รวมทั้งสิ้น 6 รสชาติ ที่เราเลือกสรรมาให้คุณได้ติดใจ
เชอร์รี่การ์เซีย ... ไอศกรีมรสเชอร์รี่ พร้อมชิ้นผลไม้เชอร์รี่และเกล็ดช็อกโกแลต
ช็อกโกแลต ฟัดจ์ บราวนี่ ... ไอศกรีมรสช็อกโกแลต พร้อม ฟัดจ์ บราวนี่ ชิ้นโต
ช็อกโกแลตชิป คุกกี้โด ... ไอศกรีมรสวานิลลา พร้อม ช็อกโกแลตชิปคุกกี้ โด

ชังกี้ มังกี้ ... ไอศกรีมรสกล้วย พร้อม ฟัดจ์ชังค์ และ วอลนัท
นิวยอร์ก ซูเปอร์ ฟัดจ์ ชังค์ ... ไอศกรีมรสช็อกโกแลต พร้อม ดาร์คช็อกโกแลตและไวท์ช็อกโกแลต ฟัดจ์ชังค์ ถั่วพีแคน วอลนัท และฟัดจ์เคลือบอัลมอนด์
ฮาล์ฟเบค ทู ทวิสต์ ... ไอศกรีมรสช็อกโกแลตและรสวานิลลา พร้อม ฟัดจ์ บราวนี่ และ ช็อกโกแลตชิปคุกกี้ โด




Followers